Saturday, November 28, 2015

MV's Mad Max Car Contest - Issue 2

Please click on the banner for more info.

สวัสดีครับ วันนี้มีข่าวของงานประกวดในต่างประเทศมาแจ้งให้ทราบกันครับ โดยเฉพาะสำหรับท่านที่สนใจอยากจะลองส่งผลงานของตัวเองไปแข่งขันในระดับนานาชาติดู งานนึ้เป็นการประกวดแบบออนไลน์โดยใช้การตัดสินด้วยรูปถ่ายครับ ดังนั้นเพียงแค่ถ่ายภาพผลงานของท่านและส่งภาพให้กับกรรมการผ่านทางอีเมล์ เพียงเท่านี้ก็สามารถเข้าร่วมการประกวดได้แล้วครับ หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมลองอ่านได้ที่ด้านล่างครับ

"MV's Mad Max Car Contest - Issue 2" 
งานประกวดครั้งนี้ จัดโดยบล็อก MASSIVE VOODOO ครับ เป็นการประกวดการทำโมเดลยานพาหนะในรูปแบบของหนังเรื่อง Mad Max โดยไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นรถยนต์เท่านั้น สามารถทำรถบรรทุก มอเตอร์ไซค์ จักรยาน หรือแม้แต่เรือติดล้อ อยู่ที่จินตนาการของตัวท่านเองครับ 
ส่วนการทำโมเดลแบบ Mad Max นั้น มีที่มาตามเนื้อเรื่องของหนังที่เกี่ยวกับโลกยุคหลังสงครามนิวเคลียร์ครับ ยานพาหนะต่างๆในเรื่องจึงเป็นการใช้ยานพาหนะที่มีในยุคปัจจุบัน และนำสิ่งของรวมถึงอาวุธต่างๆที่เหลือรอดจากสงครามมาดัดแปลงติดตั้ง เพื่อความอยู่รอดในช่วงกลียุคครับ ดังนั้นจะไม่มีการใช้อาวุธล้ำสมัยอย่างเช่นปืนเลเซอร์ หรือชิ้นส่วนจากยานอวกาศมาติด เป็นต้นครับ ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆในการประกวดก็จะมี
- ไม่จำกัดมาตราส่วนของโมเดลที่จะทำ 
- ไม่จำกัดรูปแบบในการทำฐาน
- สามารถดัดแปลงรถที่จะทำส่งให้เป็นรูปแบบไหนก็ได้
- สามารถลงรูปขั้นตอนการทำงานได้ตามสะดวก
- ใช้ได้ทุกชิ้นส่วนของโมเดลที่คุณชอบและคิดว่ามันน่าสนุกหรือบ้าดีเมื่อนำมาประกอบกัน
- จะมีฟิกเกอร์หรือไม่มีก็ได้
- สามารถถามคำถามที่สงสัยเกี่ยวกับกติกาได้ที่โพสของงานประกวดในบล็อกของ MASSIVE VOODOO
- ส่งภาพถ่ายผลงานที่เสร็จแล้วได้ตลอดเวลาเมื่อคุณพร้อม
- หากมีผลงานที่ทำค้างเอาไว้และตรงกับหัวข้อของการประกวด สามารถนำมาทำต่อได้โดยไม่ต้องเริ่มทำงานชิ้นใหม่
- สามารถเข้าร่วมส่งประกวดได้ทุกคน ยกเว้นกรรมการ

สำหรับกติกาหลักจะแบ่งออกเป็น 4 ข้อ

Rule 1 - Contest End   เริ่มส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2015 และหมดเขตรับผลงานภายในวันที่ 30 มีนาคม 2016

Rule 2 - Photos   ส่งภาพผลงานของท่านไปที่ mv(at)massivevoodoo.com โปรดระลึกว่านี่เป็นการประกวดที่ตัดสินจากภาพถ่าย หากคุณไม่สามารถถ่ายภาพผลงานของคุณได้ชัดเจน เราอาจจะตัดสินได้ไม่เหมาะสมกับคุณภาพผลงานของคุณ ดังนั้นควรถ่ายภาพให้ชัดเจน หลายมุมมอง และเน้นไปที่สิ่งที่คุณต้องการจะให้กรรมการเห็น 

กรุณาส่งภาพถ่ายในขนาดธรรมดา ไม่ใหญ่มากจนเกินไปหรือมีขนาดหลายเมกกะไบต์ต่อภาพ
กรุณาส่งภาพถ่ายในแต่ละมุมโดยไม่นำภาพมาต่อกันเป็นภาพใหญ่ภาพเดียว
หลังจากที่ Roman ได้รับภาพถ่ายผลงานของคุณแล้ว จะส่งอีเมล์ยืนยันกลับมา แสดงว่าผลงานของคุณนั้นได้เข้าร่วมในการประกวดแล้ว และสามารถนำภาพถ่ายผลงานที่เสร็จแล้วของคุณลงเผยแพร่ตามสื่อต่างๆได้หลังจากที่ได้รับอีเมล์ยืนยันนี้

Rule 3 - Be Safe!   โปรดใช้ความระมัดระวังในการทำงาน แม้เราจะรู้ว่าในโลกหลังหายนะนั้นบ้าคลั่งและไร้กฎเกณฑ์ก็ตาม แต่เราก็ยังคงให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยในระหว่างการทำผลงานของคุณ โปรดใช้แว่นป้องกัน หรือหน้ากากกันสารเคมีเวลาที่จำเป็น ใช้เครื่องมือของคุณอย่างระมัดระวัง และอย่าให้ตัวเองหรือคนรอบข้างบาดเจ็บจากไฟ มีด หรือเหล็กแหลม แม้ว่าทุกคนจะบ้าคลั่งก็ตาม :D

Rule 4 - Number of entries    ผู้ส่งผลงานเข้าประกวด สามารถส่งผลงานได้เพียง 1 ชิ้น ต่อหนึ่งท่านเท่านั้น

รางวัล
มีทั้งสิ้นสามรางวัล คือ ทอง เงิน และ ทองแดง เป็นถ้วยรางวัลที่ปั้นขึ้นมาพิเศษสำหรับงานประกวดนี้เท่านั้น โดย  Raffaele Picca “Picster” (ดูภาพถ้วยรางวัลได้ที่ลิ้งด้านบนครับ) และอาจจะมีรางวัลพิเศษเพิ่มเติม แต่ยังไม่ได้ยืนยันครับ

การตัดสิน
จะตัดสินโดย Roman Lappat "jarhead" และ Raffaele Picca “Picster” สมาชิกของทีม MASSIVE VOODOO ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในแวดวงคนทำมิเนียเจอร์และมีประสบการณ์ในการตัดสินงานประกวดมาแล้วหลายครั้ง

เกณฑ์การตัดสิน
1. ความประทับใจของผลงานในภาพรวมที่กรรมการมีต่อผลงานของคุณ
2. แนวคิดและการนำเสนอ
3. ทักษะทางด้านเทคนิค (การดัดแปลง, การทำสี)
กรรมการจะไม่ตัดสินการทำฐาน บรรยากาศ คนหรือสัตว์ หรือสิ่งอื่นๆแบบแยกเป็นส่วนๆ แต่จะดูที่มุมมอง ความคิด และการสร้างผลงานของคุณในภาพรวมครับ

สามารถคลิ๊กที่ภาพด้านบนเพื่อดูรายละเอียดและกติกาในภาษาอังกฤษ รวมถึงภาพของถ้วยรางวัล ส่วนภาพผลงานที่เข้าร่วมในงานประกวดครั้งแรกสามารถเข้าไปดูได้ตามลิ้งด้านล่างครับ

MV MAD MAX CAR CONTEST 2011

ทั้งหมดนี้เป็นรายละเอียดและกติกาโดยรวมครับ หากมีคำถามอะไรเพิ่มเติมก็สอบถามกันเข้ามาได้นะครับ งานประกวดในรูปแบบนี้คงจะไม่มีให้ร่วมสนุกกันบ่อยนัก หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่สนใจให้ได้ลองส่งผลงานร่วมสนุกกันนะครับ ขอให้สนุกกับการทำผลงานทุกท่านครับ :D

Witness meeeeeeeeee!!!!!

Wednesday, November 18, 2015

Some of my latest WIP projects

I am sorry I haven't posted anything here for a while. I have already finished Krom Dragongaze a few weeks ago but my camera was broken. I will take the finished photos of this project soon after I find a new lens or maybe get a new camera.

By the way, I am currently working on a WWII vignette. It is a scene about the 3rd SS.Panzer Division "Totenkopf" in Budapest, Hungary 1945. I started this project a few years ago then postponed it because I wanted to practice painting with Vallejo acrylics on miniature wargames. Now it's time to continue on my favorite subject and I hope I will be able to finish it this year. More info of this project will be posted soon.  

สวัสดีครับ ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ช่วงหลังๆมานี้ไม่ได้ลงความคืบหน้าใดๆเลย จริงๆงานที่ผมทำก่อนหน้านี้คือ Krom Dragongaze นั้นเสร็จไปได้ซักพักใหญ่ๆแล้ว แต่เนื่องจากกล้องที่ใช้งานเป็นประจำนั้นมีปัญหาอยู่ ก็เลยยังไม่ได้ถ่ายภาพงานที่เสร็จสมบูรณ์มาลง คงต้องรอให้เอากล้องไปซ่อมหรือไม่ก็หาซื้ออันใหม่เสียก่อน คงจะได้ถ่ายภาพมาลงอีกทีครับ ดังนั้นในตอนนี้ก็คงต้องใช้ภาพจากกล้องโทรศัพท์ไปก่อน 

ส่วนงานที่กำลังทำอยู่ตอนนี้เป็นฉากจำลองขนาดเล็ก (vignette) เกี่ยวกับเรื่องราวของทหารเยอรมันหน่วย 3rd SS.Panzer Division "Totenkopf" ในการรบที่เมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองตอนปี 1945 ครับ ฉากนี้เป็นฉากเก่าที่ผมทำทิ้งไว้หลายปีแล้ว แล้วก็เก็บเอาไว้ไม่ได้ทำต่อเพราะตอนนั้นอยากจะมาฝึกฝนการเพนท์ด้วยสีอะครีลิคก่อน จนตอนนี้เลยคิดว่าน่าจะได้เวลาเอากลับมาทำต่อให้เสร็จเสียที ผมตั้งใจเอาไว้ว่าจะทำให้เสร็จภายในปีนี้ ตอนนี้ก็ทำไปได้พอสมควรแล้ว ไว้จะนำความคืบหน้ามาลงอีกทีครับ

(these photos were taken with my phone)


In addition to a WWII vignette, I also made a couple of mass models from foam board as an example base for my new sci-fi projects. This method helps me to see what these vignettes would look like in overall then I can adjust its composition or dimension, also use it as a template when I start making the base with the real materials. 
The first vignette is a scene of a maintenance area inside the underground base or maybe a spaceship, with Ma.K (Maschinen Krieger) robot in 1/35 scale and a figure from Mantis Miniatures. The second scene is about an urban combat with the models from Dust Tactics in 1/48 scale. I will post more updates of these projects soon after I finished other projects. Please stay tuned!

นอกเหนือไปจากฉากช่วงสงครามโลกแล้ว ผมยังทำโมเดลต้นแบบของฐานสำหรับฉากในแนวไซไฟที่คิดจะทำในอนาคตด้วยครับ โดยทำขึ้นมาจากแผ่นโฟมบอร์ด เพื่อไว้ใช้ดูเป็นตัวอย่างในการจัดวางองค์ประกอบของสิ่งต่างๆลงบนฐาน รวมไปถึงขนาดของตัวฉากและสิ่งก่อสร้างภายใน วิธีการสร้างโมเดลต้นแบบนี้จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของฉากว่าจะออกมาเป็นเช่นไร ทำให้เราทดลองจัดวางและปรับเปลี่ยนองค์ประกอบหรือขนาดต่างๆให้เหมาะสมได้สะดวก และยังเอาไว้ใช้เป็นแม่แบบในการวัดขนาดต่างๆเวลาที่จะสร้างฐานขึ้นมาด้วยวัสดุจริง ซึ่งจะช่วยให้การสร้างฐานที่มีโครงสร้างซับซ้อนนั้นทำใด้ง่ายขึ้นครับ
สำหรับฉากอันแรกจะเป็นฉากของโรงซ่อมหุ่นภายในฐานทัพใต้ดินหรืออาจจะเป็นภายในยานอวกาศครับ โดยใช้หุ่น Ma.K (Maschinen Krieger) ในขนาด 1/35 กับฟิกเกอร์ของ Mantis Miniature ส่วนฉากที่สองจะเป็นเรื่องของการสู้รบภายในเมือง โดยใช้โมเดลจาก Dust Tactics ในขนาด 1/48 ครับ ซึ่งที่เห็นนึ้เป็นรูปแบบที่คิดว่าจัดวางลงตัวแล้ว แต่อาจจะมีการปรับขนาดของฉากอีกครั้ง ไว้พอเริ่มนำไปสร้างฉากจริงเมื่อไหร่คงจะนำความคืบหน้ามาลงอีกทีครับ








Friday, October 16, 2015

Krom Dragongaze (part 6)

Here is the finished base before adding snow. It was made from Magic Sculpt by rolling into thin sheet and cut into pieces with side cutter, then glued to the base and sanded the excess that over from the edge. The ork skull came from the Krom kit, I cut it from its base and placed in a new position. The ground was made from soil and glued to the base with super glue then added dry grass made from hemp rope.

ภาพส่วนของฐานที่ทำสีเสร็จแล้วก่อนที่จะทำส่วนของหิมะครับ ผมใช้อีพ็อกซี่ Magic Sculpt มาทำฐาน โดยการนำไปรีดเป็นแผ่นแล้วตัดออกมาเป็นชิ้นๆด้วยคีมตัดพลาสติก จากนั้นนำมาจัดเรียงแล้วติดกาวลงบนฐาน เมื่อกาวแห้งแล้วก็ขัดส่วนที่เกินจากขอบฐานให้ขอบนั้นเรียบเสมอกัน ก็จะได้ขอบฐานแบบที่เห็น จากนั้นก็ทากาวช้างแล้วใช้ดินมาโรยทำเป็นพื้น นำหินก้อนเล็กๆมาติด และทำกอหญ้าแห้งจากเชือกป่านครับ ส่วนหัวกะโหลกของออร์คนั้นมีมาให้พร้อมกับมินิตัวนี้ครับ ผมตัดออกมาจากฐานเดิมของมันแล้วนำมาจัดวางใหม่






For making snow, I used snow flock from Gale Force Nine. This product has very fine grain and easy to use. I mixed it with Vallejo Satin Varnish and painted on the base with an old paint brush. It was done twice in order to create more volume of snow. 
I am quite happy with the result of this method, because the color of the snow does not look too bright (or too white) in my opinion. I can glaze over the snow with White again if I want or maybe mix a bit of White in the mixture next time. 

ส่วนการทำหิมะ ผมใช้ผงหิมะเทียมของ Gale Force Nine ครับ จะมีลักษณะของเกล็ดหิมะที่ค่อนข้างละเอียดเป็นผงเล็กๆสีขาว  ผมนำมันไปผสมกับ Satin Varnish ของ Vallejo แล้วนำไปทาลงบนฐานด้วยพู่กันเล็กๆ ตอนที่หิมะยังเปียกอยู่นี้มันจะดูเป็นก้อนใหญ่จากสีที่ผสมอยู่ แต่เมื่อแห้งแล้วมันจะยุบตัวลงไปพอสมควร ดังนั้นจึงต้องมาทับอีกรอบเพื่อให้หิมะนั้นมีปริมาตรมากขึ้นและดูเป็นก้อนครับ  
ส่วนตัวแล้วผมค่อนข้างพอใจกับการทำหิมะด้วยวิธีนี้ เพราะว่าง่ายในการทำและหิมะนั้นจับตัวเป็นก้อนได้ดีและมีพิ้นผิวที่ดูเป็นเกล็ดเล็กๆ รวมถึงสีของหิมะนั้นไม่ดูสว่างหรือขาวเกินไป แต่ถ้าอยากให้ดูขาวมากกว่านี้ก็อาจจะใช้สีขาวผสมกับ Satin หรือ Gloss Varnish มาทาเคลือบบางๆอีกรอบ หรือไม่ก็อาจจะผสมสีขาวเพิ่มไปในส่วนผสมของหิมะกับสีเคลือบตั้งแต่ต้นเลยก็ได้ครับ 



Monday, October 12, 2015

"A Wave of Heroes"

Sculpted & Painted by Bill Horan

Yesterday I was so lucky to see the latest finished project by Bill Horan at SCAHMS meeting in La Palma. It's truly another masterpiece from him and I don't have to say anything more because his work speaks for itself. It was pity that I didn't bring my camera yesterday so I have only a few photos from my phone, sorry about the poor quality. I really want to share it with you guys and hope you all enjoy it! 

เมื่อวานมีโอกาสได้ชมผลงานชิ้นล่าสุดของ Bill Horan ที่งานมีตติ้งของ SCAHMS ครับ เป็นผลงานที่น่าทึ่งมากๆและก็โชคดีมากๆที่ได้ดูชิ้นงานจริง เลยถ่ายภาพมาฝากกันครับ น่าเสียดายที่เมื่อวานผมไม่ได้เอากล้องติดไปเลยมีแค่ภาพที่ถ่ายมาจากโทรศัพท์เท่านั้น ขออภัยที่ภาพอาจจะดูไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ หวังว่าคงจะชอบกันนะครับ







Friday, October 2, 2015

Krom Dragongaze (part 5)

For painting the wolf cloak, I decided to use the same color scheme as seen on Krom Dragongaze's official picture. It was done by using wet blending technique to create gradation of color from dark on the top to light on the bottom, then added a highlight on each fur with a lighter color to create details and depth. For example, use Leather Brown to highlight Dark Brown, use Leather Brown + Sand Yellow to highlight Leather Brown, use Sand Yellow to highlight Leather Brown + Sand Yellow, etc.

สำหรับการเพนท์สีของผ้าคลุมหมาป่า ผมเลือกที่จะทำสีในโทนน้ำตาลแบบเดียวกับที่เห็นในภาพโปรโมทของมินิตัวนี้ เป็นสีน้ำตาลเข้มที่ส่วนหัวของหมาป่าแล้วไล่ระดับสีจนเป็นสีอ่อนที่ส่วนเท้า โดยผมใช้การทาไล่สีหรือเกลี่ยสีแบบเปียกที่เรียกกันว่า wet blending ซึ่งจะเหมาะกับลักษณะของพื้นผิวที่ขรุขระแบบนี้ เพราะสีจะค้างอยู่ตามร่องทำให้สีนั้นแห้งช้าลง มีเวลาในการเกลี่ยสีมากขึ้น ทำให้การทาเกลี่ยไล่ระดับสีจากอ่อนไปแก่นั้นทำได้ง่ายขึ้น จากนั้นจึงค่อยมาทาเก็บสีไฮไลท์บนขนแต่ละเส้นอีกครั้งด้วยสีที่อ่อนกว่า จะเป็นการเพิ่มรายละเอียดให้กับเส้นขนและทำให้ขนนั้นดูมีมิติมากขึ้นด้วย 
ตัวอย่างของการทาด้วยสีที่อ่อนกว่า หากสีขนตรงบริเวณนั้นเป็นสีเข้มอย่าง Dark Brown ให้ใช้สีที่อ่อนกว่าอย่าง Leather Brown มาทาเป็นไฮไลท์ หรือถ้าสีขนบริเวณนั้นเป็นสี Leather Brown ให้ใช้สีที่อ่อนกว่าอย่าง Leather Brown ผสมกับ Sand Yellow มาทาเป็นไฮไลท์ เป็นต้น



For painting the force axe, I used Intense Blue (VMC 70925) mixed with Turquoise (VMC 70966) for the axe blade. The rest was finished with NMM technique and you can see a list of the colors for NMM below.

NMM Gold; Scrofulous Brown (VGC 72038), Armor Brown (VMA 71041), White (VMC 70951) *Ben Komets's recipe. 

NMM Silver; Intermediate Blue (VMC 70903), Turquoise (VMC 70966), White (VMC 70951), Black (VMC 70950)

ส่วนการทำสีของขวาน ผมใช้สี Intense Blue (VMC 70925) ผสมกับ Turquoise (VMC 70966) เป็นส่วนของใบขวาน ส่วนสีโลหะที่เหลือจะใช้การเพนท์ด้วยเทคนิค NMM (Non-Metallic Metal) และสามารถดูรายชื่อสีที่ใช้ได้ด้านล่างครับ

NMM Gold; Scrofulous Brown (VGC 72038), Armor Brown (VMA 71041), White (VMC 70951) *Ben Komets's recipe. 

NMM Silver; Intermediate Blue (VMC 70903), Turquoise (VMC 70966), White (VMC 70951), Black (VMC 70950)