(การทำพื้นดินบนฐานขนาดใหญ่ - ฉากถนนในชนบทของยุโรป ตอนที่ 1 - หน้าร้อน )
วิธีนี้จะใช้หลักการเดียวกับการทำพื้นดินบนฐานขนาดเล็กครับ แต่ระยะเวลาในการทำงานและรายละเอียดต่างๆจะเพิ่มมากขึ้นไปตามขนาดของฐานครับ ซึ่งเทคนิคนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำฐานสำหรับโมเดลต่างๆได้ทุกสเกล แล้วแต่จะนำไปปรับใช้กันครับ ที่ผมทำมาให้ดูจะเป็นฐานสำหรับโมเดลมิลิทารี่ ในสเกล 1/35 นะครับ ถ้าต้องการจะทำฐานสำหรับหุ่นยนต์ในสเกล 1/144 หรือ 1/100 ก็ต้องเลือกวัสดุที่จะนำมาทำหญ้าหรือต้นไม้ให้มีขนาดที่ดูสอดคล้องไปกับตัวโมเดลอีกที เพื่อให้ดูเหมาะสมตามสัดส่วนของสเกลที่เลือกทำครับ
(ตอนที่เริ่มทำ ผมทำไปพร้อมๆกัน 4 ชิ้นครับ ใช้เวลาในการทำงานไม่กี่ชั่วโมง เพราะวิธีการทำจะใช้แบบเดียวกันทั้งหมด ถ้าวางแผนในการทำงานให้ดีๆ วิธีนี้จะสะดวกและไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดครับ)
เริ่มต้นด้วยการทำฐานจากกล่องกระดาษ แล้วเอาไม้บัลซ่าที่มีความหนามากหน่อยมากั้นเป็นกรอบทั้ง 4 ด้าน จากนั้นตัดแผ่นโฟมให้พอดีแล้วใส่ไว้ด้านในครับ ชิ้นนี้ผมออกแบบให้มีแนวถนนในด้านซ้าย และรถถังแล่นตัดทุ่งมาทางด้านขวามือ ผมเลือกใช้ดินเยื่อกระดาษ (ขั้นตอนนี้ทำไว้นานมากแล้ว ตอนนี้แนะนำว่าใช้ดินปั้นของ DAS ที่เคยแนะนำไว้ก่อนหน้านี้ จะให้ผลที่ดีกว่า และราคาถูกกว่าครับ) มาทำในส่วนของพื้นดินบนถนนและตรงที่รถถังวิ่งผ่าน เนื่องจากดินเยื่อกระดาษจะใช้เวลาในการเซ็ทตัวนานกว่าปูนครับ ทำให้เรามีเวลาในการกดรอยล้อรถหรือตีนตะขาบได้ง่ายกว่า และร่องรอยที่ได้จะดูชัดเจนดีกว่าด้วยครับ
วิธีใช้ก็คือแบ่งออกมาจากห่อและนำมานวดและคลึงให้แผ่ออกเป็นแผ่นบางๆครับ นำไปติดลงบนฐานด้วยกาวลาเท็กซ์ ส่วนที่ไม่ได้ใช้ก็นำไปเก็บในกระปุกหรือกล่องที่ปิดสนิทและอย่าโดนแดดครับ เพราะถ้าดินโดนอากาศแล้วจะทำให้แข็งตัว และไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก จากนั้นใช้กาวลาเท็กซ์ผสมน้ำ ทาเกลี่ยที่ผิวดินให้เรียบอีกที เกลี่ยให้ทั่วๆและชุ่มๆครับ ดินจะอ่อนนุ่ม
การทำผิวของพื้นดินสามารถทำได้หลายวิธีครับ ที่ผมใช้เป็นประจำจะใช้ดินหรือทรายที่หาซื้อหรือเก็บมาจากที่ต่างๆ เพื่อจะได้ลักษณะของดินหรือหินที่หลากหลาย นำมาให้ดูเป็นตัวอย่างบางส่วนครับ ซึ่งจะมีที่นอกเนือจากนี้ไปอีกตามแต่จะหามา เพื่อความสะดวกในการเลือกนำมาใช้ให้สอดคล้องไปกับสภาพภูมิประเทศที่เราจะเลือกทำครับ ในภาพตัวอย่างจะเห็นลักษณะและขนาดที่แตกต่างกันไป ไล่จากซ้าย
1. ทรายละเอียด เป็นทรายสำหรับงานฝีมือ ซื้อมาจาก B2S มีความละเอียดของเม็ดทรายมากกว่าทรายในธรรมชาติทั่วๆไปครับ ใช้โรยทำพื้นดินทั่วไป
2. หินทรายสำหรับห้องน้ำแมว (Cat litter) เป็นหินกรวดหรือหินทรายขนาดเล็ก มีให้เลือกหลายลักษณะ สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาเก็ตในแผนกสัตว์เลี้ยง
ใช้ทำเป็นก้อนหินขนาดต่างๆในฉากครับ
3. ดินที่ตักเก็บมาจากข้างถนน นำมาร่อนด้วยกระชอนร่อนแป้งให้ได้เม็ดดินที่ละเอียดขึ้นครับ ใช้โรยทำพื้นผิวดินทั่วไป
4. ทรายที่ตักเก็บมาจากพื้นที่ก่อสร้างทั่วไปครับ ใช้โรยทำพื้นผิวดินทั่วไปเช่นกัน
5. อิฐมอญนำมาทุบให้ละเอียด เอาไว้ใช้ทำเป็นเศษซากปรักหักพังของตึกที่โดนทำลาย หรือเป็นก้อนหินขนาดต่างๆ
นำทรายละเอียดมาโรยลงไปให้ทั่ว (หาซื้อได้จาก B2S หรือจะเก็บจากตามข้างถนนก็ได้ครับ ) แล้วเอามือกดหรือตบเบาๆให้ทั่ว เพื่อให้ทรายแนบและจมลงไปในดิน จากนั้นคว่ำฐานและเคาะให้ทรายส่วนเกินออกไป นำล้อรถและตีนตะขาบมากดลงบนพื้นผิวตามที่ต้องการครับ
ส่วนของพื้นดินที่เหลือ เพื่อความประหยัดใช้ปูนพลาสเตอร์เทลงไปให้ได้ระดับเดียวกัน และเอาทรายโรยทับลงไปเช่นเดียวกันครับ ในขั้นตอนนี้ ถ้าจุดไหนที่ทรายดูน้อยไปก็ให้โรยเพิ่มลงไป แล้วใช้กาวลาเท็กซ์ผสมน้ำมาทาชโลมให้ทั่วอีกที เพื่อให้ทรายยึดติดกับพื้นผิวได้แน่นขึ้นครับ (จะเห็นว่าในส่วนที่ต้องมีการกดรอยต่างๆ จะใช้ดินปั้นเพื่อให้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ส่วนพื้นดินในส่วนอื่นๆจะใช้ปูนพลาสเตอร์แทนได้ เพราะไม่ต้องเน้นรายละเอียดอะไรมาก)
ในช่วงที่ดินและปูนเซ็ทตัว ใช้คัตเตอร์เฉือนส่วนของดินและปูนที่เกินออกมาจากขอบให้เรียบร้อยครับ จากนั้นทิ้งไว้ซัก 1 คืนให้แห้งสนิท และใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดขัดให้ขอบของผิวดินที่ทำไว้และไม้บัลซ่าเรียบเสมอกัน เอาแชลคมาทาให้เรียบร้อย และทิ้งไว้ให้แห้งสนิทครับ (ส่วนในกรณีที่เมื่อดินแห้งแล้วเกิดการแตกเป็นรอยร้าวบนพื้นนั้น ให้ใช้ทรายผสมกาวลาเท็กซ์ ทาอุดไปตามรอยร้าวนั้นครับ )
ในการทำต้นหญ้านั้น ผมจะทำ 2 ขั้นครับ เพื่อจำลองสภาพในธรรมชาติ ที่จะมีทั้งหญ้ายาวและสั้น ดูรกและไม่เป็นระเบียบ ถ้ามีหญ้าที่ยาวและรกอย่างเดียวก็ได้เช่นเดียวกันครับ แต่หญ้าที่สั้นอย่างเดียวนั้น จะดูเหมือนสนามหญ้าหน้าบ้านที่โดนตัดจนเตียนครับ
หญ้าสั้นหรือละเอียดนั้น ซื้อมาจาก B2S ครับ ขายเป็นห่อ ไม่ทราบยังมีอยู่รึเปล่า หรือจะใช้หญ้าเทียมแบบแผ่นมาขูดเอาก็ได้เช่นเดียวกันครับ ทากาวลาเท็กซ์ในบริเวณที่ต้องการ เอาหญ้ามาโรยให้ทั่วๆครับ จากนั้นคว่ำและเคาะส่วนเกินออก
ส่วนหญ้ายาวนั้น ต้องทำขึ้นมาเองครับ ด้วยเชือกปอ หรือเชือกจากถุงกระสอบ นำมาคลายเกลียวออก เพื่อที่เวลาตัดออกมาเชือกจะไม่จับกันเป็นก้อนครับ ตัดให้มีขนาดสั้นบ้างยาวบ้าง ยาวประมาณ 3-5 มม. ทำเก็บใส่กระปุกไว้ครับ
เวลาใช้ก็ทากาวลาเท็กซ์ทับลงบนพื้นหญ้าสั้น แล้วเอาปากคีบ คีบหญ้ายาวไปโรยและกดลงไปครับ จากนั้นก็คว่ำและเคาะออกเช่นเดียวกัน ถ้าจุดไหนที่หญ้าดูเกาะกันเป็นก้อนไม่เป็นธรรมชาติ หรือรกเกินไป ก็ใช้ปากคีบ คีบออกเช่นเดียวกัน
ส่วนกอหญ้ายาวๆนั้นก็ใช้ เชือกปอเช่นเดียวกันครับ โดยใช้มือจับไว้ข้างหนึ่งแล้วตัดออกมาให้ยาวหน่อย ทากาวลาเท็กซ์ที่ปลายด้านที่ตัด แล้วติดลงบนฐาน ซึ่งตรงจุดนี้ถ้าอยากให้กอหญ้าดูหนาๆรกๆ ก็ต้องจับปลายเชือกมาทบกันหลายๆชั้นหน่อยครับ แล้วค่อยใช้ปากคีบมาจัดทรงของกอหญ้าให้ดูกระจายและแผ่ออกเป็นวงกลมอีกที
สำหรับต้นไม้ที่เห็นนั้นเป็นดอกไม้แห้งครับ ซื้อมาจากร้านขายดอกไม้แห้งในสวนจตุจักร เลือกรูปแบบที่มันดูขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป เดี๋ยวจะโอเวอร์สเกลครับ เจาะรูที่ฐานด้วยสว่านมือ ทากาวลาเท็กซ์ แล้วเสียบลงไปทีละช่อ จัดเป็นพุ่มให้ดูสวยงามตามความต้องการครับ
จากนั้นก็ทิ้งไว้ซัก 1 คืนครับให้กาวแห้งสนิท และกั้นขอบฐานทั้งหมดด้วยเทปกาวนิตโต้เพื่อเตรียมสำหรับการทำสี
การทำสีนั้น ผมใช้สีกระป๋องของเลย์แลนด์ มาฉีดใส่ฝา และผสมสีเองทั้งหมดครับ เพื่อความประหยัด ที่ผ่านมาจะไม่ได้กล่าวถึงเรื่องของการทำสี เพราะวิธีในการทำสีนั้นสามารถทำได้หลากหลายตามความถนัดของแต่ละคน และสีของพื้นดินและต้นไม้ต่างๆนั้นจะไม่ตายตัวครับ เพราะสีในธรรมชาตินั้นจะมีหลากหลายมาก และเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นจึงไม่อยากเจาะจงว่าต้องใช้สีนั้นสีนี้ครับ เพียงแค่ผสมออกมาแล้วให้สีมันไปในโทนเดียวกับธรรมชาติก็พอครับ
ส่วนสีของฉากของชนบทในยุโรปแบบที่ผมทำชิ้นนี้ พอจะให้เป็นแนวทางในการผสมสีได้คร่าวๆ ดังนี้ครับ
Leyland
สีพื้นดิน - ใช้สีเหลืองรองพื้นเยลโลว์โอ๊ค PY-704 ผสมกับ brown L-33 เป็นหลัก และเติม Light brown L-48 กับ White L-01 หรือ Ivory L-12 อ่อนแก่ตามแต่ความชอบครับ
สีต้นไม้ใบหญ้า - Lime green L-20 เป็นหลักครับ ผสมกับ Larch green L-11 เพื่อให้สีเข้มขึ้น และผสม Sherbet green L-171 และ Ivory L-12 เพื่อให้ได้เฉดสีที่อ่อนลงครับ
Gunze
สีพื้นดิน - เบอร์ 310 ผสมกับ เบอร์ 313 หรือ 318 พยายามผสมให้สีออกไปทางสีของกาแฟใส่นมครับ อาจจะเติมสีขาวช่วยด้วย
สีต้นไม้ใบหญ้า - เบอร์ 319 ผสมกับ เบอร์ 303 ให้เข้มขึ้นครับ หรือจะผสมเบอร์ 312 หรือ เบอร์ 51 หรือ สีเหลือง เพื่อให้สีดูสว่างขึ้น
เริ่มทำสีส่วนของพื้นดินก่อน ภาพที่ลงให้ดูนั้นเป็นการพ่นรองพื้นขั้นแรกครับ สีทั้งหมดจะยังดูเข้มอยู่จากนั้นผสมสีให้อ่อนลงและพ่นลงไปอีกรอบ แต่ไม่จำเป็นต้องทับสีเดิมหมดทุกส่วนครับ เพื่อจะได้ดูมีน้ำหนักอ่อนแก่ของสี ไม่เรียบเป็นสีเดียวกันไปหมด
สำหรับท่านที่ไม่มีแอร์บรัชก็ใช้การทาได้เช่นเดียวกันครับ อย่างที่ทำมาให้ดูผมไม่ได้ใช้การพ่นทั้งหมด บางส่วนก็เป็นการทาเอา เพื่อที่สีจะได้ดูมีน้ำหนักที่แตกต่าง เลือกพู่กันที่เบอร์ใหญ่หน่อย ทาสีลงไป แล้วเอาพู่กันจุ่มทินเนอร์ มาทาเกลี่ยให้สีดูเข้มและจางต่างกันครับ จากนั้นก้ผสมสีที่อ่อนกว่า และดรายบรัชบางส่วนให้มีน้ำหนักของสีเพิ่มขึ้น ส่วนของต้นหญ้าก็ทาได้เช่นเดียวกัน แต่อาจจะใช้เวลามากกว่าพ่นหน่อยนึง แต่ถ้าได้ทำบ่อยๆและจับทางได้จะชำนาญและทำออกมาได้ดีไม่แพ้การพ่นเลยครับ
เมื่อพ่นสีหรือทาเสร็จแล้ว ตอนนี้สีอาจจะยังดูโดดๆกันอยู่ครับ ใช้สีน้ำมัน raw umber ผสมกับ turpentine ให้ใสๆครับ แล้วทาชโลมให้ทั่ว จะทำให้สีดูกลมกลืนกันมากขึ้น และเน้นให้รายละเอียดต่างๆชัดเจนขึ้น แต่สีจะเข้มขึ้นหน่อยนึงครับ ลองสังเกตุดูจากต้นหญ้าด้านขวาของภาพที่ลงสีน้ำมันแล้ว กับ สีต้นหญ้าตรงกลางภาพที่ติดกับแนวถนน
ขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้สีพื้นดินที่ลงไว้ทีแรก มาผสมให้สีอ่อนลงนิดหน่อย และผสมทินเนอร์ให้สีเจือจางมากๆหน่อย นำมาพ่นคลุมตามพื้นดิน (over spray) และขอบๆของแนวต้นหญ้า รวมถึงพ่นคลุมทั้งต้นไม้และต้นหญ้าบางส่วนให้ดูเป็นคราบฝุ่นที่ปลิวมาติดครับ และคุมโทนของสีของพื้นดินและต้นหญ้าให้สีไม่ดูโดดและตัดกันจนเกินไป จากนั้นก็ใช้เคลียร์ด้านมาพ่นทับเก็บงานให้เรียบร้อยอีกครั้งก็เสร็จสมบูรณ์ครับ
วิธีการนี้สามารถนำไปทำฐานได้หลากหลายลักษณะครับ ตามตัวอย่างที่นำมาลงให้ดู เป็นการประยุกต์ให้มีส่วนของเนิน ภูเขา หรือพื้นที่ลาดเอียงเพิ่มขึ้นมา ซึ่งวิธีการทำจะเป็นแบบเดียวกันทั้งหมด แต่เลือกใช้โฟมมาตัดเป็นเนินเขาแล้วใช้ดินหรือปูนพอกทับลงไป หรือใช้แผ่นปูนมาแกะเป็นลายกำแพงหิน เพื่อให้ตัวฐานนั้นดูมีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นครับ
Friday, July 20, 2012
Sunday, July 15, 2012
1.4. Making cobblestone road on a small base
(การทำพื้นถนนหินบนฐานขนาดเล็ก)
วิธีการนี้จะเป็นการทำพื้นถนนหินแบบในยุโรปด้วยปูนพลาสเตอร์ครับ ตัวอย่างที่นำมาให้ดูเป็นการทำฐานของพื้นถนนที่มีซากปรักหักพัง สำหรับฟิกเกอร์ทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่วิธีการนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโมเดลประเภทอื่นๆได้ ซึ่งวิธีการทำจะเหมือนกัน แต่อาจจะแตกต่างตรงเรื่องขนาดของพื้นหินที่จะทำให้เข้ากับสเกลของโมเดลแต่ละประเภทครับ ถ้าอาศัยดูภาพอาคารที่โดนถล่มในช่วงสงคราม และลักษณะของเศษอิฐเศษหินที่กองในเมืองจะยิ่งช่วยได้มากครับ ลองไปดูกันทีละขั้นเลยครับ
เริ่มจากการทำส่วนของฐานไม้กันก่อน ตามวิธีการแบบครั้งที่แล้วครับ ตรงขอบไม้บัลซ่าด้านบนผมจะติดให้สูงกว่ากล่องกระดาษ เพื่อเวลาเอาพื้นปูนมาใส่จะได้ลงช่องพอดีครับ
เริ่มจากการทำส่วนของฐานไม้กันก่อน ตามวิธีการแบบครั้งที่แล้วครับ ตรงขอบไม้บัลซ่าด้านบนผมจะติดให้สูงกว่ากล่องกระดาษ เพื่อเวลาเอาพื้นปูนมาใส่จะได้ลงช่องพอดีครับ
ใช้ฝากล่องเก็บของพลาสติก หรือแผ่นอะครีลิคที่กั้นขอบทั้ง 4 ด้านให้สูงเท่ากันก็ได้ครับ จากนั้นเทปูนพลาสเตอร์ลงไป แล้วใช้ไม้บรรทัดเหล็กปาดให้เรียบเสมอกับขอบที่กั้น พอแห้งแล้วเราก็จะได้แผ่นปูนเรียบๆ นำมาตัดให้พอดีกับฐานครับ
นำปูนที่ตัดไว้ไปวางลงบนฐานไม้ที่เตรียมเอาไว้ จากนั้นแกะลายของพื้นหินและฟุตบาทด้วยปลายมีดหรือปลายเข็มก็ได้ครับตามสะดวก ข้อดีของปูนพลาสเตอร์คือสามารถแกะรายละเอียดได้ง่าย และลักษณะเวลาแตกหักจะเหมือนกับปูนหรือหินจริงๆ
นำเศษปูนที่เหลือจากการหล่อมาทุบให้แตก เล็กบ้างใหญ่บ้าง ติดด้วยกาวลาเท็กซ์บนฟุตบาทเพื่อจำลองลักษณะของเศษอิฐเศษหินของอาคารที่โดนทำลาย และโรยด้วยเศษอิฐสีส้มของจริงที่นำมาทุบให้ละเอียดทับลงไป จากนั้นใช้กาวลาเท็กซ์ผสมน้ำ ทาและชโลมให้ทั่วเพื่อให้ทุกส่วนนั้นยึดติดได้แน่นหนาขึ้น ส่วนเครื่องยนต์ที่นำมาวาง เพื่อให้ฐานนั้นดูมีเรื่องราวและน่าสนใจมากขึ้นครับ (ที่เห็นเป็นเครื่องยนต์ของรถ M151 Ford Mutt ซึ่งเป็นรถที่ใช้ในช่วงสงครามเวียดนาม อยู่กันคนละยุค แต่ผมนำมาใส่เพื่อเพิ่มองค์ประกอบเท่านั้นครับ)
ทิ้งใว้ให้กาวนั้นแห้งสนิทประมาณ 1 คืนครับ แล้วนำไปลงสีในส่วนต่างๆตามความเป็นจริง เช่นพื้นถนนสีเทา กองอิฐกองหินด้วยสีทรายและน้ำตาลแดง ซึ่งตอนนี้จะเห็นว่าสีทั้งหมดจะยังดูโดดๆอยู่
จากนั้น Wash ทั้งหมดด้วยสีน้ำมัน สี raw umber ผสมให้เจือจางด้วย turpentine เพื่อให้สีนั้นเหลวเป็นน้ำและมีความใสมากขึ้น แล้วทาชโลมให้ทั่ว วิธีการนี้จะเป็นการย้อมให้สีส่วนต่างๆนั้นเข้มขึ้น โดยใช้การทาทับไปทีละรอบ ยิ่งทาทับหลายรอบสีก็จะยิ่งเข้มครับ เมื่อทิ้งให้แห้ง สีทั้งหมดในตอนแรกจะดูกลมกลืนไปในโทนเดียวกันครับ
ขั้นสุดท้ายมาแต่งให้ดูเก่าๆคลุกฝุ่นอีกที ด้วย Pigment ของ MIG และสีฝุ่นแบบแท่งมาผสมๆกัน โดยโรยสีฝุ่นลงไปและใช้พู่กันจุ่ม turpentine มาแปะลงไปบนฐานให้ turpentine นั้นวิ่งไปโดนสีเอง
วิธีนี้จะช่วยให้สีฝุ่นนั้นยึดเกาะกับผิวได้ดีขึ้น และให้ผลลัพธ์ที่ดูแล้วเหมือนซากปรักหักพัง ที่มีฝุ่นมีทรายเยอะๆครับ เมื่อทิ้งให้แห้งแล้วค่อยนำไปพ่นเคลียร์ด้านอีกที
ตัวอย่างผลงานที่เสร็จแล้วครับ
Saturday, July 14, 2012
1.3. Making snow surface on a small base
(การทำพื้นหิมะบนฐานขนาดเล็ก)
การทำหิมะนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธีครับ ทั้งการใช้ผงทรายสีขาว เกลือ หรือสารส้มบดละเอียด ซึ่งแต่ละวิธีก็จะมีลักษณะของหิมะที่แตกต่างกัน ส่วนวิธีที่ผมนำมาแนะนำในครั้งนี้ เป็นวิธีการทำหิมะโดยใช้ผงฟูสำหรับทำขนม (sodium bicarbonate) ครับ หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปครับ
ก่อนอื่นก็ต้องทำส่วนของพื้นดินเสียก่อน ด้วยวิธีที่กล่าวเอาไว้ในครั้งที่แล้ว จากนั้นก็นำมาลงสีของพื้นดินด้วยสีโทนน้ำตาลเข้มให้เรียบร้อย และเอาปูนพลาสเตอร์ผสมน้ำมาทาหรือหยอดเป็นก้อนในบริเวณที่ต้องการให้หิมะนั้นดูหนาขึ้น อย่างเช่นหัวเสาของรั้ว เพราะว่าผงฟูนั้น เวลาโรยลงไปมันจะติดแค่เพียงผิวหน้าที่โดนกาวครับ จะไม่หนาหรือจับเป็นก้อน
ก่อนอื่นก็ต้องทำส่วนของพื้นดินเสียก่อน ด้วยวิธีที่กล่าวเอาไว้ในครั้งที่แล้ว จากนั้นก็นำมาลงสีของพื้นดินด้วยสีโทนน้ำตาลเข้มให้เรียบร้อย และเอาปูนพลาสเตอร์ผสมน้ำมาทาหรือหยอดเป็นก้อนในบริเวณที่ต้องการให้หิมะนั้นดูหนาขึ้น อย่างเช่นหัวเสาของรั้ว เพราะว่าผงฟูนั้น เวลาโรยลงไปมันจะติดแค่เพียงผิวหน้าที่โดนกาวครับ จะไม่หนาหรือจับเป็นก้อน
ทากาวลาเท็กซ์ในบริเวณที่ต้องการ แล้วโรยผงฟูลงไป ปูนสีขาวจะเป็นเหมือนกับสีรองพื้นของหิมะไปด้วยในตัว ทำให้ไม่จำเป็นต้องโรยผงฟูจนหนามากครับ จากนั้นคว่ำฐานแล้วเอานิ้วเคาะให้ผงฟูส่วนที่ไม่โดนกาวนั้นหลุดออก ถ้าเคาะแล้วยังไม่พอใจก็ทากาวแล้วโรยผงฟูเพิ่มเข้าไปได้อีกครับ
การทำหิมะด้วยวิธีการนี้ ถึงแม้จะคว่ำฐานและเคาะออกแล้ว แต่ผงฟูบางส่วนที่เกาะตัวกันแน่นก็จะไม่หลุดออกมาทั้งหมด ทำให้เวลาเอานิ้วไปโดนก็อาจจะมีส่วนที่หลุดออกได้ครับ ดังนั้นการใช้วิธีนี้จึงควรที่จะมีกล่องครอบหรือใส่ตู้ที่ปราศจากฝุ่นครับ เพราะถ้ามีฝุ่นมาเกาะ การปัดฝุ่นออกก็อาจจะทำให้ผงฟูนั้นหลุดออกไปได้ด้วย ข้อควรระวังอีกอย่างคือควรเลือกใช้กาวลาเท็กซ์ที่มีคุณภาพดีหน่อย ซึ่งคุณสมบัติของกาวลาเท็กซ์ เมื่อทาลงไปและทิ้งไว้ให้แห้ง สีของกาวจะเปลี่ยนจากสีขาวกลายเป็นใส ถ้าคุณภาพของกาวไม่ดี เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ สีของกาวจะเปลี่ยนจากใสกลายเป็นเหลือง และจะทำให้สีของผงฟูนั้นเหลืองตามไปด้วยครับ
ตัวอย่างผลงานที่เสร็จแล้วครับ
Friday, July 13, 2012
1.2. Making soil surface on a small base
(การทำพื้นดินบนฐานขนาดเล็ก)
วิธีนี้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งกับฐานของโมเดลแนวทหารหรือโมเดลแนวอนิเมต่างๆครับ
โดยผมจะใช้วัสดุในการทำพื้นดินคือ ดินสำหรับปั้นยี่ห้อ DAS Modelling Clay (หาซื้อได้ในแผนกเครื่องเขียนของห้างในเครือเดอะมอลล์ ไม่แน่ใจว่า B2S มีรึเปล่านะครับ) มีให้เลือก 2 สี ถ้าจำไม่ผิด ถุงเล็กราคา 70 กว่าบาท ส่วนถุงใหญ่ราคา 100 กว่าๆครับ ลักษณะของดินนี้จะคล้ายกับดินเยื่อกระดาษ แต่เนื้อดินมีความละเอียดกว่า ใช้น้ำช่วยเกลี่ยให้ดินเรียบได้ เมื่อแห้งแล้วผิวไม่แตก และใช้เวลาในการแข็งตัวหลายชั่วโมงครับ ทำให้เวลาทำงานนั้นสามารถปั้นขึ้นรูปและกดรอยต่างๆได้ จึงควบคุมได้ง่ายกว่าปูนพลาสเตอร์ครับ
โดยผมจะใช้วัสดุในการทำพื้นดินคือ ดินสำหรับปั้นยี่ห้อ DAS Modelling Clay (หาซื้อได้ในแผนกเครื่องเขียนของห้างในเครือเดอะมอลล์ ไม่แน่ใจว่า B2S มีรึเปล่านะครับ) มีให้เลือก 2 สี ถ้าจำไม่ผิด ถุงเล็กราคา 70 กว่าบาท ส่วนถุงใหญ่ราคา 100 กว่าๆครับ ลักษณะของดินนี้จะคล้ายกับดินเยื่อกระดาษ แต่เนื้อดินมีความละเอียดกว่า ใช้น้ำช่วยเกลี่ยให้ดินเรียบได้ เมื่อแห้งแล้วผิวไม่แตก และใช้เวลาในการแข็งตัวหลายชั่วโมงครับ ทำให้เวลาทำงานนั้นสามารถปั้นขึ้นรูปและกดรอยต่างๆได้ จึงควบคุมได้ง่ายกว่าปูนพลาสเตอร์ครับ
ตัวอย่างในภาพจะเป็นการทำพื้นดินต่อออกไปจากฐานตะกั่วเดิมที่มีมาให้กับตัวโมเดล ซึ่งมีขนาดเล็กเกินไป ด้วยการทากาวลาเท็กซ์ไว้และนำดินไปกดรอบๆให้ส่วนพื้นนั้นกว้างออก กาวลาเท็กซ์นั้น แนะนำยี่ห้อ TOA ครับ คุณภาพจะดีหน่อย หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไปเช่นเดียวกัน
ใช้พู่กันจุ่มน้ำช่วยในการเกลี่ยผิวดินให้ได้ลักษณะรูปทรงที่ต้องการครับ ถ้าจุดไหนที่อยากเสริมก็เอาดินโปะเพิ่มเข้าไป และเกลี่ยให้ผิวนั้นเรียบเสมอกันอีกที
จากนั้นในช่วงที่ดินยังไม่แห้ง เอากาวลาเท็กซ์ผสมน้ำนิดหน่อยให้กาวนั้นเหลวขึ้น ทาชโลมให้ทั่วแล้วเอาเศษทรายเศษหินมาโรยครับและกดๆลงไปบนผิวดิน ทรายละเอียดหรือเศษดินเศษหินต่างๆนั้น หาได้ทั่วๆไปตามท้องถนน ส่วนทรายที่ละเอียดมากๆ มีขายใน B2S แบบถุงเล็กๆ มีหลายสีให้เลือกใช้ครับ จากนั้นเอากาวมาทาชโลมให้ทั่วอีกทีเพื่อให้ทรายนั้นยึดเกาะได้ดีขึ้น แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง 1 คืน
วิธีนี้สามารถนำไปฐานได้หลากหลายรูปทรง อย่างในภาพฐานด้านขวาจะแผ่ดินเป็นแผ่นบางๆและติดลงไปด้วยกาวลาเท็กซ์ให้เสมอกับขอบฐาน ส่วนฐานด้านหน้านั้นปั้นดินเป็นก้อนสี่เหลี่ยมแล้วติดลงบนฐานครับ
จากนั้นทากาวลาเท็กซ์และใช้ผงหญ้าเทียมมาโรยลงไป ใช้เชือกปอมาตัดและติดเป็นพุ่มไม้ หรือจะหากิ่งไม้ ดอกไม้แห้ง หรือก้อนหินมาติดก็ตามแต่ความชอบครับ พอทิ้งไว้ให้แห้งแล้วจึงค่อยนำไปทำสีอีกทีครับ (หญ้าเทียมนั้นมีขายทั้งแบบผงและแบบแผ่นตามแผนกเครื่องเขียนในห้าง ถ้าหาซื้อแบบผงไม่ได้ ก็เอาแแบแผ่นมาขูดให้เป็นผงได้เช่นเดียวกันครับ)
ตัวอย่างผลงานที่เสร็จแล้ว ขั้นตอนและวิธีการทำงานจะเหมือนกับที่ได้กล่าวมาครับ แต่รูปแบบของการจัดวางองค์ประกอบต่างๆภายในฐาน จะแตกต่างกันไปตามเนื้อหาที่ต้องการจะนำเสนอ รวมไปถึงวัสดุต่างๆที่นำมาเลือกใช้ภายในฉาก อย่างฐาน 2 ชิ้นนี้จะสื่อถึงฉากป่าในเวียดนาม ดังนั้นต้นไม้ต้นหญ้าต่างๆจึงทำให้ดูรกๆหน่อย ด้วยการใช้ดอกไม้แห้งและเชือกแบบต่างๆ รวมถึงกิ่งไม้แห้งที่นำมาเพิ่มเข้าไปเพื่อให้ฐานนั้นดูน่าสนใจมากขึ้นครับ ส่วนการทำสีในส่วนต่างๆนั้น ใช้การศึกษาจากสีของพื้นดินและต้นไม้ต้นหญ้าของจริงที่อยู่รอบๆตัวเราจะช่วยได้มากครับ
Subscribe to:
Posts (Atom)

























































