Showing posts with label DT1 : Basic Techniques. Show all posts
Showing posts with label DT1 : Basic Techniques. Show all posts

Wednesday, July 25, 2012

1.7. Making concrete or asphalt road on a large base

(การทำพื้นถนนสมัยใหม่บนฐานขนาดใหญ) 
วิธีการที่ทำมาเป็นตัวอย่าง จะเป็นลักษณะของพื้นถนนแบบราดยางมะตอย (Asphalt) ที่พบเห็นได้ทั่วไปในเมืองสมัยใหม่ครับ ในขั้นตอนนี้ผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้ละเอียด จึงขออธิบายเป็นตัวหนังสือเยอะๆแทน ถ้าอ่านแล้วยังงงๆหรือมีข้อสงสัยก็สอบถามกันได้ครับ การทำพื้นถนนสมัยใหม่ที่ทำมาให้ดูจะมีอยู่สองวิธีครับ


1.7.1 Making a road from card board  
         (การทำพื้นถนนด้วยกระดาษชั้น)
 

ตัวอย่างที่ทำมาลงนี้ จะเป็นการทำถนนแบบนอกเมืองที่ด้านข้างถนนเป็นพื้นดินในขั้นแรกผมจะใช้กระดาษชั้นมาต่อให้เป็นกล่องก่อนครับ จากนั้นตัดกระดาษชั้นอีก 1แผ่นให้มีขนาดเท่ากับกล่องที่ทำไว้ แต่ตัดด้านนึงให้เฉียงเพื่อเป็นการกำหนดแนวของถนนและไหล่ทางด้านข้างถนน แล้วใช้กระดาษทรายขัดตรงส่วนของริมไหล่ทางให้มีขอบมนครับ (กระดาษชั้น สามารถใช้กระดาษทรายขัดตามขอบหรือมุมได้ครับ แต่ถ้าขัดที่ผิวหน้ากระดาษโดยตรงจะทำให้ผิวกระดาษนั้นหลุดลอกออกมาเป็นแผ่นๆ) แล้วจึงทำส่วนพื้นดินด้วยดินละเอียดและกาวลาเท็กซ์เหมือนในขั้นตอนก่อนๆครับ 




พื้นผิวของกระดาษชั้นจะไม่เรียบเป็นเนื้อเดียวกัน แต่จะมีความขรุขระอยู่เล็กน้อย ซึ่งเหมาะจะเอามาทำเป็นผิวของถนนครับ ขั้นตอนในการทำคือจะต้องพ่นสีลงไปที่ผิวของกระดาษก่อน เพื่อให้เนื้อกระดาษนั้นดูดสีเข้าไปและทำให้ผิวกระดาษมีความแข็งตัวมากขึ้นและสามารถขัดได้ด้วยกระดาษทราย ด้วยการใช้สีสเปรย์กระป๋องสีเคลียร์ใสพ่นลงไปให้ทั่วพื้นผิวก่อน 1 รอบ (แลคเกอร์จะช่วยเคลือบให้ผิวของกระดาษนั้นแข็งตัวได้ดีกว่าสีธรรมดาทั่วไปที่เวลาพ่นลงไปแล้วจะโดนดูดสีมากกว่า) พอแห้งแล้วค่อยเอาสีดำมาพ่นทับลงไปให้ทั่วๆจนสีทึบอีกที หรือจะใช้สีอื่นก็ได้เช่นเดียวกันครับ ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วพ่นเคลียร์ทับอีกรอบ เมื่อผิวของกระดาษแห้งสนิทแล้วจะแข็งพอให้เราใช้กระดาษทรายขัดให้ผิวกระดาษนั้นสม่ำเสมอขึ้นได้ เหมือนกับผิวถนนจริงๆที่จะมีทั้งผิวขรุขระและผิวที่เรียบ จากการโดนกดทับของน้ำหนักรถครับ ต่อไปใช้กระดาษทรายเบอร์หยาบๆเช่น 220 หรือ 400 มาขัดให้ทั่วพื้นผิวอีกที ซึ่งในขั้นตอนนี้จะยิ่งเห็นได้ชัดถึงลักษณะของผิวตามแต่การขัดของเราครับ ถ้าขัดน้อยผิวก็จะหยาบมากแต่ถ้าขัดมากผิวก็จะเรียบมากขึ้น

หลังจากนั้นจึงนำไปทำสีตามความถนัดครับ มีข้อแนะนำนิดนึงคือสีของยางมะตอยนั้นเมื่อราดลงไปใหม่ๆสีจะดำครับ แต่เมื่อผ่านไปนานๆจากการถูกใช้งานและผ่านฝนผ่านแดด สีดำก็จะค่อยๆซีดลงจนกลายเป็นสีเทา แบบที่เห็นกันทั่วๆไป




ภาพผลงานเมื่อเสร็จแล้ว ในภาพแรกอาจจะยังไม่เห็นถึงลักษณะของพื้นผิวถนนที่ได้ทำเอาไว้ เพราะความหยาบของผิวถนนนั้นไม่ได้มากจนขรุขระและสีจะดูกลืนๆกันไปหมด ในภาพสุดท้ายจึงจะเห็นถึงลักษณะของผิวกระดาษได้อย่างชัดเจนครับ 



1.7.1 Making a road from sandpaper  
         (การทำพื้นถนนด้วยกระดาษทราย)
 
วิธีนี้ไปอ่านเจอที่ฝรั่งเค้าทำไว้ครับ เลยเอามาทดลองทำดูเป็นรูปแบบของถนนภายในเมืองที่มีเกาะกลางถนน เริ่มด้วยการทำกล่องขึ้นมาก่อนด้วยกระดาษชั้นเช่นเคย จากนั้นนำกระดาษทรายมาติดทับที่ผิวหน้าด้านบนของกล่องด้วยสเปรย์กาวหรือกาวลาเท็กซ์ โดยพยายามติดให้แนบสนิทไปกับผิวกล่องโดยที่ไม่มีรอยยับหรือโป่งพองครับ ซึ่งวิธีการนี้พื้นผิวของถนนจะหยาบมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับเบอร์ของกระดาษทรายที่เราเอามาติดครับ อย่างที่ผมใช้คือกระดาษทรายเบอร์ 400 ผิวที่ได้จึงไม่หยาบมากนัก 



ส่วนเกาะกลางถนนก็ทำจากแผ่นปูนพลาสเตอร์ ขัดมุมให้มนด้วยกระดาษทรายครับ และทำพื้นดินตรงกลางด้วยวิธีการเดียวกัน จากนั้นจึงนำไปทำสีตามถนัดครับ 


ผลงานเมื่อเสร็จแล้ว 



วิธีที่ 2 นี้จะค่อนข้างง่ายและใช้เวลาน้อยกว่ามาก แต่ลักษณะของพื้นผิวที่ได้ออกมาจะดูเรียบและเป็นระเบียบเท่าๆกัน แตกต่างกับวิธีที่ 1 ที่จะดูขรุขระมากกว่าครับ นอกจากการทำพื้นถนนทั้งสองวิธีนี้แล้ว เราสามารถใช้วัสดุชนิดอื่นๆมาทำพื้นถนนได้เช่นเดียวกันครับ เช่น ใช้แผ่นกระดาษที่มีผิวเรียบหรือมันอย่าง กระดาษอารต์การด์ กระดาษโฟโต้บอรด์ หรือการใช้แผ่นอะครีลิค แผ่นพลาสติกชนิดต่างๆ หรือการหล่อเป็นแผ่นปูนขึ้นมาเอง เป็นต้น ซึ่งลักษณะพื้นผิวของวัสดุที่กล่าวมาก็จะให้ผลลัพท์ออกมาแตกต่างกัน (วัสดุผิวเรียบน่าจะเหมาะกับการทำถนนประเภทที่ใช้การเทด้วยปูนซีเมนต์มากกว่าครับ)

 -----------------------------------------------
  ----------------------------------------------- 

Conclusion for Basic Techniques  
(สรุปขั้นพื้นฐาน)

ทั้ง 7 ข้อที่ได้ทำมาเป็นตัวอย่าง ได้มุ่งเน้นไปที่การทำพื้นของฉากเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นเหมือนกับขั้นพื้นฐานหรือเบสิคที่ต้องใช้อยู่เป็นประจำในการทำฉาก จำลองครับ ถ้าเราได้ลองทำจนเกิดความชำนาญในขั้นพื้นฐานนี้แล้ว จะสามารถจะนำไปประยุกต์หรือดัดแปลงให้เกิดความหลากหลายได้มากขึ้น ทั้งจากความคิดสร้างสรรค์ในการจัดวางรูปแบบฉากจำลองของตัวเราเอง รวมถึงการเลือกวัสดุอุปกรณ์อื่นๆมาใช้งาน ที่นอกเหนือไปจากที่ผมได้พูดถึงไว้ครับ เพราะว่าการทำฉากจำลองนั้นไม่มีรูปแบบการทำงานที่ตายตัว เราสามารถที่จะใช้วิธีการใดหรือวัสดุแบบใดก็ได้ตามความถนัดหรือสะดวกเพื่อ ให้ได้ผลลัพท์ตามที่เราต้องการ ขั้นตอนการทำงานและตัวอย่างที่ผมนำมาลงจึงเป็นเพียงแนวทางหนึ่งของการทำงาน ประเภทนี้ครับ ซึ่งจริงๆแล้วการทำงานขั้นพื้นฐานมันอาจจะมีมากกว่านี้อีก แต่ผมเอามาลงเท่าที่พอจะนึกออกและได้ถ่ายภาพขั้นตอนเอาไว้ครับ ในอนาคตถ้านึกอะไรออกอีกคงจะนำมาลงเพิ่มอีกที
ส่วนในครั้งหน้าก็คงจะเข้าสู่หัวข้อที่ 2. ขั้นกลาง (Intermediate) ซึ่งจะเป็นการทำงานที่เริ่มซับซ้อนมากขึ้น แล้วพบกันใหม่ครับ

Sunday, July 22, 2012

1.6. Making snow surface on a large base

(การทำพื้นหิมะบนฐานขนาดใหญ่ - ฉากถนนในชนบทของยุโรป ตอนที่ 2 - หิมะฤดูหนาว ) 
สำหรับชิ้นนี้จะต่อเนื่องกับอันที่แล้วครับ รูปแบบการทำงานจะคล้ายๆกันแต่เปลี่ยนจากลักษณะของฉากในหน้าร้อน มาเป็นฉากในฤดูหนาว ซึ่งจะใช้วิธีการทำหิมะในอีกรูปแบบหนึ่งด้วยผงทรายละเอียด ที่พี่หมึกข้างขวดเคยเขียนวิธีการไว้ในหนังสือ Power Up ครับ นำมาทดลองทำให้ได้ชมกัน


เช่นเดิมครับ ฐานนั้นทำจากกระดาษชั้นและกรุรอบด้านด้วยไม้บัลซ่า ส่วนพื้นดินนั้นทำจากดินเยื่อกระดาษ หรือจะใช้ปูนพลาสเตอร์ก็ได้ครับ ตามสะดวก ถ้าใช้ดินเยื่อกระดาษทำพื้นดินก็ทากาวลาเท็กซ์ผสมน้ำให้ทั่วๆแล้วเอาดินมาโรยครับ แต่ถ้าเป็นปูนพลาสเตอร์ เทปูนลงในจุดที่ต้องการแล้วเอาดินโรยในตอนที่เปียกๆเลยครับ ดินที่เห็นก็เป็นดินที่ผมตักเก็บมาจากตามข้างถนน แล้วนำไปร่อนด้วยตะแกรงหรือกระชอนสำหรับทำอาหาร เลือกเอาที่มีรูตะแกรงค่อนข้างถี่หน่อยครับ จะได้ดินที่ดูละเอียด ส่วนดินที่ใหญ่กว่าหรือเศษหินที่โดนร่อนออกไป เราค่อยเอามาติดลงทีหลัง 


ช่วงที่ดินหรือปูนกำลังหมาดๆ ก็นำสายพานหรือล้อรถมากด ถ้าเป็นดินปั้นจะกดรอยได้ง่ายและคมชัดครับ ส่วนปูนพลาสเตอร์จะต้องรอให้เซ็ทตัวนิดนึง ถึงจะกดรอยได้ ลองใช้นิ้วจิ้มดูก็ได้ครับ ถ้าไม่นิ่มจนบุ๋มไปเลยก็กดลายได้เลย ส่วนหญ้านั้น เนื่องจากเป็นหน้าหนาวจึงใช้แต่หญ้าที่ทำจากเชือกปอครับ ตัดเก็บเอาไว้ทีเดียว จะได้ใช้ได้สะดวก 


ถ้ากลัวดินหรือหญ้าที่ลงไว้จะไม่แข็งแรง ติดแน่นทนนาน ก็เอากาวลาเท็กซ์มาผสมกับน้ำ ทาชโลมให้ทั่วอีกทีก็ได้ครับ ทิ้งไว้ให้แห้ง ออกมาแล้วจะได้ประมาณนี้ 



จากนั้นก็นำไปกั้นขอบเพื่อทำสีครับ ใช้สีกระป๋องเลย์แลนด์เช่นเดิม นำมาพ่นใส่ฝาแล้วผสมสีเอง สีต้นหญ้าจะมีสีใกล้เคียงของจริงอยู่แล้ว พ่นคลุมบางๆก็พอครับ ด้วยสีเหลืองโอ๊ค ผสมขาว และครีม ถ้ากันเซ่ก็เบอร์ 313 หรือ 39 ผสมขาว ส่วนสีของพื้นดิน ในฤดูหนาวนั้นดินจะมีสีเข้ม ซึ่งดินที่นำมาโรยจะมีสีเข้มตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแค่พ่นหรือทาสีแต่งให้ดูมีน้ำหนักของสีเพิ่มมากขึ้นอีกหน่อย ด้วยสีน้ำตาลเข้มผสมกับน้ำตาลแดงและเทานิดหน่อย ถ้าสีกันเซ่ก็เบอร์ 42 ผสม 41 หรือ 43 ตามสะดวก แล้วค่อยเอาสีที่พ่นมาผสมให้อ่อนลงหรือเข้มขึ้น แล้วทาๆป้ายๆไปอีกทีครับ ผสมทินเนอร์เยอะๆ และใช้ทินเนอร์เกลี่ยให้สีกลมกลืนกัน เพื่อที่พื้นดินจะได้ดูมีน้ำหนัก ไม่เป็นสีเดียวเท่ากันทั้งหมด

ต่อไปมาเริ่มทำส่วนของหิมะกันครับ เนื่องจากบ้านเรานั้นไม่เคยได้เห็นหิมะกันมาก่อน จึงยากที่จะเข้าใจว่ามันจะเป็นอย่างไรดังนั้นการหาภาพมาอ้างอิงรูปแบบที่คิดจะทำจากในเน็ท จะช่วยในการทำงานได้มากครับ  




การทำหิมะขั้นแรก ใช้ปูนพลาสเตอร์ตักใส่ถ้วยทีละนิด ผสมกับน้ำเยอะหน่อย จะได้แห้งช้าๆแล้วใช้พู่กันทาตามจุดที่คิดไว้ครับ โดยเริ่มจากทาแบบผสมน้ำเยอะๆก่อนเพื่อกำหนดตำแหน่งหิมะ
จากนั้นค่อยผสมปูนให้ข้นขึ้น แล้วทาทับลงไปอีกที เพื่อให้เป็นก้อนหิมะที่จับตัวกันอยู่ 



ตรงส่วนที่เป็นถนนนั้น หิมะจะมีอยู่บ้าง แต่ไม่มากหรือจับเป็นก้อน ทำด้วยปูนพลาสเตอร์เช่นเดียวกันครับ ผสมน้ำให้เยอะๆแล้วใช้พู่กันเบอร์ใหญ่ๆทา โดยจะเยอะหน่อยตรงกลางถนน ซึ่งเวลาทานั้นจะดูยากครับว่าทาเยอะหรือน้อยเกินไป เนื่องจากปูนยังเปียกอยู่ ต้องรอให้แห้งถึงจะเห็นได้ชัดเจน ถ้าจุดไหนที่คิดว่าเยอะเกินไปก็เอาน้ำเปล่ามาทาเกลี่ยออกได้ครับ 


เมื่อแห้งแล้ว
 

สำหรับเกล็ดหิมะนั้น ถ้าใช้เพียงแค่ปูนอย่างเดียว อาจจะไม่สมจริง เพราะพอแห้งแล้วปูนจะมีผิวที่ด้านครับไม่มีความมันอยู่เลย และดูเรียบ ไม่มีพื้นผิว ผมเลยใช้ทรายละเอียดสีขาวครับ (White fine sand for handicraft) หาซื้อได้จาก B2S ขายเป็นถุง น่าจะ 50 บาทครับ มีให้เลือกหลายสีและละเอียดมากๆ นำมาผสมกับน้ำและกาวลาเท็กซ์ แนะนำว่า กาวของ TOA น่าจะดีที่สุดครับ เพราะเคยใช้ยี่ห้ออื่นแล้ว นานๆไปกาวจะไม่ยึดติดกับพื้นผิวและเปลี่ยนสีเป็นเหลืองครับ ไม่แน่ใจว่า TOA ในระยะยาวจะเปลี่ยนสีรึเปล่า แต่สำหรับตอนนี้ถือว่าโอเคทีสุดครับกับการยึดเกาะ นำไปทาทับด้านบนของปูนที่ลงไว้อีกทีครับ ตรงส่วนถนนก็ทาทับเช่นเดียวกัน ตรงจุดไหนที่ดูเยอะไปก็ใช้น้ำเปล่าช่วยเกลี่ย 




ทิ้งไว้ให้แห้ง 1 คืน จะเป็นแบบนี้ครับ



จะเห็นว่าพื้นผิวของหิมะจะดูด้านมากครับ เนื่องจากผสมปูนพลาสเตอร์เยอะเกินไป จึงต้องทำการแต่งสีเพิ่มเติมด้วยการใช้สีเคลียร์มันของเลย์แลนด์มาฉีดใส่ฝาแล้วทาเก็บตามผิวของหิมะอีกทีครับ จากนั้นก็ทำการแต่งคราบเก่าคราบสกปรกต่างๆบนพื้นถนน ด้วยสีน้ำมัน raw umber ผสมกับ turpentine อาจผสมสีเคลียร์ใส (Gloss varnish)สูตรน้ำมัน X-22 ของ Tamiya ด้วยก็ได้ครับ เพื่อความมันเงามากขึ้น ทาเกลี่ยตามแนวถนน และริมขอบทางครับ ก็เป็นอันเรียบร้อย 







วิธีการนี้เท่าที่ลองมา ผลที่ได้ของหิมะนั้นยังดูไม่ละเอียดหรือสมจริงเหมือนกับการใช้ผงฟู ( sodium bicarbonate ) ที่จะดูแวววาวและเป็นก้อนที่มีลักษณะละเอียดกว่า เนื่องจากการใช้ปูนพลาสเตอร์ช่วยในการทำหิมะนั้น เมื่อแห้งแล้วพื้นผิวจะดูด้านเกินไป และจะต้องใช้เคลียร์มันมาทาหรือพ่นอีกที ถ้าใช้เพียงทรายละเอียดสีขาวเพียงอย่างเดียวในการทำหิมะ อาจจะให้ผลลัพท์ของลักษณะหิมะที่ดีกว่านี้ครับ แต่ข้อดีของวิธีการนี้คือตัวหิมะนั้นจะยึดติดอยู่บนฐานได้แน่นหนากว่า ไม่หลุดร่อนออกไปง่ายเหมือนกับผงฟูครับ

Friday, July 20, 2012

1.5. Making soil surface on a large base

(การทำพื้นดินบนฐานขนาดใหญ่ - ฉากถนนในชนบทของยุโรป ตอนที่ 1 - หน้าร้อน )
วิธีนี้จะใช้หลักการเดียวกับการทำพื้นดินบนฐานขนาดเล็กครับ แต่ระยะเวลาในการทำงานและรายละเอียดต่างๆจะเพิ่มมากขึ้นไปตามขนาดของฐานครับ ซึ่งเทคนิคนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำฐานสำหรับโมเดลต่างๆได้ทุกสเกล แล้วแต่จะนำไปปรับใช้กันครับ ที่ผมทำมาให้ดูจะเป็นฐานสำหรับโมเดลมิลิทารี่ ในสเกล 1/35 นะครับ ถ้าต้องการจะทำฐานสำหรับหุ่นยนต์ในสเกล 1/144 หรือ 1/100 ก็ต้องเลือกวัสดุที่จะนำมาทำหญ้าหรือต้นไม้ให้มีขนาดที่ดูสอดคล้องไปกับตัวโมเดลอีกที เพื่อให้ดูเหมาะสมตามสัดส่วนของสเกลที่เลือกทำครับ 


(ตอนที่เริ่มทำ ผมทำไปพร้อมๆกัน 4 ชิ้นครับ ใช้เวลาในการทำงานไม่กี่ชั่วโมง เพราะวิธีการทำจะใช้แบบเดียวกันทั้งหมด ถ้าวางแผนในการทำงานให้ดีๆ วิธีนี้จะสะดวกและไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดครับ) 


เริ่มต้นด้วยการทำฐานจากกล่องกระดาษ แล้วเอาไม้บัลซ่าที่มีความหนามากหน่อยมากั้นเป็นกรอบทั้ง 4 ด้าน จากนั้นตัดแผ่นโฟมให้พอดีแล้วใส่ไว้ด้านในครับ ชิ้นนี้ผมออกแบบให้มีแนวถนนในด้านซ้าย และรถถังแล่นตัดทุ่งมาทางด้านขวามือ ผมเลือกใช้ดินเยื่อกระดาษ (ขั้นตอนนี้ทำไว้นานมากแล้ว ตอนนี้แนะนำว่าใช้ดินปั้นของ DAS ที่เคยแนะนำไว้ก่อนหน้านี้ จะให้ผลที่ดีกว่า และราคาถูกกว่าครับ) มาทำในส่วนของพื้นดินบนถนนและตรงที่รถถังวิ่งผ่าน เนื่องจากดินเยื่อกระดาษจะใช้เวลาในการเซ็ทตัวนานกว่าปูนครับ ทำให้เรามีเวลาในการกดรอยล้อรถหรือตีนตะขาบได้ง่ายกว่า และร่องรอยที่ได้จะดูชัดเจนดีกว่าด้วยครับ  


วิธีใช้ก็คือแบ่งออกมาจากห่อและนำมานวดและคลึงให้แผ่ออกเป็นแผ่นบางๆครับ นำไปติดลงบนฐานด้วยกาวลาเท็กซ์ ส่วนที่ไม่ได้ใช้ก็นำไปเก็บในกระปุกหรือกล่องที่ปิดสนิทและอย่าโดนแดดครับ เพราะถ้าดินโดนอากาศแล้วจะทำให้แข็งตัว และไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก จากนั้นใช้กาวลาเท็กซ์ผสมน้ำ ทาเกลี่ยที่ผิวดินให้เรียบอีกที เกลี่ยให้ทั่วๆและชุ่มๆครับ ดินจะอ่อนนุ่ม 


การทำผิวของพื้นดินสามารถทำได้หลายวิธีครับ ที่ผมใช้เป็นประจำจะใช้ดินหรือทรายที่หาซื้อหรือเก็บมาจากที่ต่างๆ เพื่อจะได้ลักษณะของดินหรือหินที่หลากหลาย นำมาให้ดูเป็นตัวอย่างบางส่วนครับ ซึ่งจะมีที่นอกเนือจากนี้ไปอีกตามแต่จะหามา เพื่อความสะดวกในการเลือกนำมาใช้ให้สอดคล้องไปกับสภาพภูมิประเทศที่เราจะเลือกทำครับ ในภาพตัวอย่างจะเห็นลักษณะและขนาดที่แตกต่างกันไป ไล่จากซ้าย

1. ทรายละเอียด เป็นทรายสำหรับงานฝีมือ ซื้อมาจาก B2S มีความละเอียดของเม็ดทรายมากกว่าทรายในธรรมชาติทั่วๆไปครับ ใช้โรยทำพื้นดินทั่วไป
2. หินทรายสำหรับห้องน้ำแมว (Cat litter) เป็นหินกรวดหรือหินทรายขนาดเล็ก มีให้เลือกหลายลักษณะ สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาเก็ตในแผนกสัตว์เลี้ยง
ใช้ทำเป็นก้อนหินขนาดต่างๆในฉากครับ
3. ดินที่ตักเก็บมาจากข้างถนน นำมาร่อนด้วยกระชอนร่อนแป้งให้ได้เม็ดดินที่ละเอียดขึ้นครับ ใช้โรยทำพื้นผิวดินทั่วไป
4. ทรายที่ตักเก็บมาจากพื้นที่ก่อสร้างทั่วไปครับ ใช้โรยทำพื้นผิวดินทั่วไปเช่นกัน
5. อิฐมอญนำมาทุบให้ละเอียด เอาไว้ใช้ทำเป็นเศษซากปรักหักพังของตึกที่โดนทำลาย หรือเป็นก้อนหินขนาดต่างๆ 



นำทรายละเอียดมาโรยลงไปให้ทั่ว (หาซื้อได้จาก B2S หรือจะเก็บจากตามข้างถนนก็ได้ครับ ) แล้วเอามือกดหรือตบเบาๆให้ทั่ว เพื่อให้ทรายแนบและจมลงไปในดิน จากนั้นคว่ำฐานและเคาะให้ทรายส่วนเกินออกไป นำล้อรถและตีนตะขาบมากดลงบนพื้นผิวตามที่ต้องการครับ  


ส่วนของพื้นดินที่เหลือ เพื่อความประหยัดใช้ปูนพลาสเตอร์เทลงไปให้ได้ระดับเดียวกัน และเอาทรายโรยทับลงไปเช่นเดียวกันครับ ในขั้นตอนนี้ ถ้าจุดไหนที่ทรายดูน้อยไปก็ให้โรยเพิ่มลงไป แล้วใช้กาวลาเท็กซ์ผสมน้ำมาทาชโลมให้ทั่วอีกที เพื่อให้ทรายยึดติดกับพื้นผิวได้แน่นขึ้นครับ (จะเห็นว่าในส่วนที่ต้องมีการกดรอยต่างๆ จะใช้ดินปั้นเพื่อให้สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ส่วนพื้นดินในส่วนอื่นๆจะใช้ปูนพลาสเตอร์แทนได้ เพราะไม่ต้องเน้นรายละเอียดอะไรมาก) 


ในช่วงที่ดินและปูนเซ็ทตัว ใช้คัตเตอร์เฉือนส่วนของดินและปูนที่เกินออกมาจากขอบให้เรียบร้อยครับ จากนั้นทิ้งไว้ซัก 1 คืนให้แห้งสนิท และใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดขัดให้ขอบของผิวดินที่ทำไว้และไม้บัลซ่าเรียบเสมอกัน เอาแชลคมาทาให้เรียบร้อย และทิ้งไว้ให้แห้งสนิทครับ (ส่วนในกรณีที่เมื่อดินแห้งแล้วเกิดการแตกเป็นรอยร้าวบนพื้นนั้น ให้ใช้ทรายผสมกาวลาเท็กซ์ ทาอุดไปตามรอยร้าวนั้นครับ )

ในการทำต้นหญ้านั้น ผมจะทำ 2 ขั้นครับ เพื่อจำลองสภาพในธรรมชาติ ที่จะมีทั้งหญ้ายาวและสั้น ดูรกและไม่เป็นระเบียบ ถ้ามีหญ้าที่ยาวและรกอย่างเดียวก็ได้เช่นเดียวกันครับ แต่หญ้าที่สั้นอย่างเดียวนั้น จะดูเหมือนสนามหญ้าหน้าบ้านที่โดนตัดจนเตียนครับ
หญ้าสั้นหรือละเอียดนั้น ซื้อมาจาก B2S ครับ ขายเป็นห่อ ไม่ทราบยังมีอยู่รึเปล่า หรือจะใช้หญ้าเทียมแบบแผ่นมาขูดเอาก็ได้เช่นเดียวกันครับ ทากาวลาเท็กซ์ในบริเวณที่ต้องการ เอาหญ้ามาโรยให้ทั่วๆครับ จากนั้นคว่ำและเคาะส่วนเกินออก 



ส่วนหญ้ายาวนั้น ต้องทำขึ้นมาเองครับ ด้วยเชือกปอ หรือเชือกจากถุงกระสอบ นำมาคลายเกลียวออก เพื่อที่เวลาตัดออกมาเชือกจะไม่จับกันเป็นก้อนครับ ตัดให้มีขนาดสั้นบ้างยาวบ้าง ยาวประมาณ 3-5 มม. ทำเก็บใส่กระปุกไว้ครับ 


เวลาใช้ก็ทากาวลาเท็กซ์ทับลงบนพื้นหญ้าสั้น แล้วเอาปากคีบ คีบหญ้ายาวไปโรยและกดลงไปครับ จากนั้นก็คว่ำและเคาะออกเช่นเดียวกัน ถ้าจุดไหนที่หญ้าดูเกาะกันเป็นก้อนไม่เป็นธรรมชาติ หรือรกเกินไป ก็ใช้ปากคีบ คีบออกเช่นเดียวกัน 


ส่วนกอหญ้ายาวๆนั้นก็ใช้ เชือกปอเช่นเดียวกันครับ โดยใช้มือจับไว้ข้างหนึ่งแล้วตัดออกมาให้ยาวหน่อย ทากาวลาเท็กซ์ที่ปลายด้านที่ตัด แล้วติดลงบนฐาน ซึ่งตรงจุดนี้ถ้าอยากให้กอหญ้าดูหนาๆรกๆ ก็ต้องจับปลายเชือกมาทบกันหลายๆชั้นหน่อยครับ แล้วค่อยใช้ปากคีบมาจัดทรงของกอหญ้าให้ดูกระจายและแผ่ออกเป็นวงกลมอีกที
สำหรับต้นไม้ที่เห็นนั้นเป็นดอกไม้แห้งครับ ซื้อมาจากร้านขายดอกไม้แห้งในสวนจตุจักร เลือกรูปแบบที่มันดูขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป เดี๋ยวจะโอเวอร์สเกลครับ เจาะรูที่ฐานด้วยสว่านมือ ทากาวลาเท็กซ์ แล้วเสียบลงไปทีละช่อ จัดเป็นพุ่มให้ดูสวยงามตามความต้องการครับ 




จากนั้นก็ทิ้งไว้ซัก 1 คืนครับให้กาวแห้งสนิท และกั้นขอบฐานทั้งหมดด้วยเทปกาวนิตโต้เพื่อเตรียมสำหรับการทำสี

การทำสีนั้น ผมใช้สีกระป๋องของเลย์แลนด์ มาฉีดใส่ฝา และผสมสีเองทั้งหมดครับ เพื่อความประหยัด ที่ผ่านมาจะไม่ได้กล่าวถึงเรื่องของการทำสี เพราะวิธีในการทำสีนั้นสามารถทำได้หลากหลายตามความถนัดของแต่ละคน และสีของพื้นดินและต้นไม้ต่างๆนั้นจะไม่ตายตัวครับ เพราะสีในธรรมชาตินั้นจะมีหลากหลายมาก และเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นจึงไม่อยากเจาะจงว่าต้องใช้สีนั้นสีนี้ครับ เพียงแค่ผสมออกมาแล้วให้สีมันไปในโทนเดียวกับธรรมชาติก็พอครับ
ส่วนสีของฉากของชนบทในยุโรปแบบที่ผมทำชิ้นนี้ พอจะให้เป็นแนวทางในการผสมสีได้คร่าวๆ ดังนี้ครับ

Leyland
สีพื้นดิน - ใช้สีเหลืองรองพื้นเยลโลว์โอ๊ค PY-704 ผสมกับ brown L-33 เป็นหลัก และเติม Light brown L-48 กับ White L-01 หรือ Ivory L-12 อ่อนแก่ตามแต่ความชอบครับ
สีต้นไม้ใบหญ้า - Lime green L-20 เป็นหลักครับ ผสมกับ Larch green L-11 เพื่อให้สีเข้มขึ้น และผสม Sherbet green L-171 และ Ivory L-12 เพื่อให้ได้เฉดสีที่อ่อนลงครับ

Gunze
สีพื้นดิน - เบอร์ 310 ผสมกับ เบอร์ 313 หรือ 318 พยายามผสมให้สีออกไปทางสีของกาแฟใส่นมครับ อาจจะเติมสีขาวช่วยด้วย
สีต้นไม้ใบหญ้า - เบอร์ 319 ผสมกับ เบอร์ 303 ให้เข้มขึ้นครับ หรือจะผสมเบอร์ 312 หรือ เบอร์ 51 หรือ สีเหลือง เพื่อให้สีดูสว่างขึ้น

เริ่มทำสีส่วนของพื้นดินก่อน ภาพที่ลงให้ดูนั้นเป็นการพ่นรองพื้นขั้นแรกครับ สีทั้งหมดจะยังดูเข้มอยู่จากนั้นผสมสีให้อ่อนลงและพ่นลงไปอีกรอบ แต่ไม่จำเป็นต้องทับสีเดิมหมดทุกส่วนครับ เพื่อจะได้ดูมีน้ำหนักอ่อนแก่ของสี ไม่เรียบเป็นสีเดียวกันไปหมด
สำหรับท่านที่ไม่มีแอร์บรัชก็ใช้การทาได้เช่นเดียวกันครับ อย่างที่ทำมาให้ดูผมไม่ได้ใช้การพ่นทั้งหมด บางส่วนก็เป็นการทาเอา เพื่อที่สีจะได้ดูมีน้ำหนักที่แตกต่าง เลือกพู่กันที่เบอร์ใหญ่หน่อย ทาสีลงไป แล้วเอาพู่กันจุ่มทินเนอร์ มาทาเกลี่ยให้สีดูเข้มและจางต่างกันครับ จากนั้นก้ผสมสีที่อ่อนกว่า และดรายบรัชบางส่วนให้มีน้ำหนักของสีเพิ่มขึ้น ส่วนของต้นหญ้าก็ทาได้เช่นเดียวกัน แต่อาจจะใช้เวลามากกว่าพ่นหน่อยนึง แต่ถ้าได้ทำบ่อยๆและจับทางได้จะชำนาญและทำออกมาได้ดีไม่แพ้การพ่นเลยครับ 



เมื่อพ่นสีหรือทาเสร็จแล้ว ตอนนี้สีอาจจะยังดูโดดๆกันอยู่ครับ ใช้สีน้ำมัน raw umber ผสมกับ turpentine ให้ใสๆครับ แล้วทาชโลมให้ทั่ว จะทำให้สีดูกลมกลืนกันมากขึ้น และเน้นให้รายละเอียดต่างๆชัดเจนขึ้น แต่สีจะเข้มขึ้นหน่อยนึงครับ ลองสังเกตุดูจากต้นหญ้าด้านขวาของภาพที่ลงสีน้ำมันแล้ว กับ สีต้นหญ้าตรงกลางภาพที่ติดกับแนวถนน 


ขั้นตอนสุดท้ายคือการใช้สีพื้นดินที่ลงไว้ทีแรก มาผสมให้สีอ่อนลงนิดหน่อย และผสมทินเนอร์ให้สีเจือจางมากๆหน่อย นำมาพ่นคลุมตามพื้นดิน (over spray) และขอบๆของแนวต้นหญ้า รวมถึงพ่นคลุมทั้งต้นไม้และต้นหญ้าบางส่วนให้ดูเป็นคราบฝุ่นที่ปลิวมาติดครับ และคุมโทนของสีของพื้นดินและต้นหญ้าให้สีไม่ดูโดดและตัดกันจนเกินไป จากนั้นก็ใช้เคลียร์ด้านมาพ่นทับเก็บงานให้เรียบร้อยอีกครั้งก็เสร็จสมบูรณ์ครับ 






วิธีการนี้สามารถนำไปทำฐานได้หลากหลายลักษณะครับ ตามตัวอย่างที่นำมาลงให้ดู เป็นการประยุกต์ให้มีส่วนของเนิน ภูเขา หรือพื้นที่ลาดเอียงเพิ่มขึ้นมา ซึ่งวิธีการทำจะเป็นแบบเดียวกันทั้งหมด แต่เลือกใช้โฟมมาตัดเป็นเนินเขาแล้วใช้ดินหรือปูนพอกทับลงไป หรือใช้แผ่นปูนมาแกะเป็นลายกำแพงหิน เพื่อให้ตัวฐานนั้นดูมีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นครับ