Saturday, February 13, 2021

Sigvald, Prince of Slaanesh (WIP 1)

This is my latest project that I've been working for some time. I really like this mini the first time I saw it and thought about how I'm going to paint it the way I want (I usually do this every time I saw the new mini that I like and really want to paint it, probably a bad habit that costed me a lot). I was inspired by Richard Gray's The Void Dragon, I've never done SENMM (Sky-Earth Non Metallic Metal) before so I decided to give it a try and paint it in a color scheme that different from the box art.

I have to say that it was so difficult to me to try this new technique and I'm not sure that the colors and reflection on the armor looks convincing enough as a golden armor. However, I'm still very happy with the results and will definitely try to improve this technique when I have a chance to do it again in the future.

Right now it's probably just 50% of this project, there are still a lot of things to do. I'll show you some more updates soon. Happy Painting!

งานชิ้นล่าสุดที่กำลังทำอยู่ครับ เป็นอีกหนึ่งงานที่ชอบมากตั้งแต่ตอนที่ได้เห็นภาพเปิดตัว พอรู้ว่ามีโอกาสจะได้ทำก็เลยตื่นเต้นเป็นพิเศษ ซึ่งจริงๆได้รับงานชิ้นนี้ล่วงหน้ามานานพอสมควร ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะทำให้เสร็จทันวันที่ออกวางจำหน่าย แต่เนื่องจากพอได้ลองมาประกอบชิ้นส่วนต่างๆดูแล้วรู้สึกชอบมาก ทั้งรูปทรงและรายละเอียดต่างๆที่ปั้นออกมาได้สวยงามลงตัวมาก เลยรู้สึกเสียดายที่จะทำแบบรีบๆให้มันเสร็จๆไป แต่ค่อยๆทำมันให้ออกมาดีที่สุดดีกว่า เพื่อจะได้เอาไว้ส่งประกวดในปีหน้าด้วย งานชิ้นนี้จึงเป็นผลงานที่ตั้งใจมากเป็นพิเศษอีกชิ้นหนึ่งครับ

ส่วนตัวอยากจะทำให้งานชิ้นนี้ดูแตกต่างไปจากภาพหน้ากล่อง จึงมีการดัดแปลงตรงส่วนขาเล็กน้อยเพื่อให้ดูเหมือนลอยตัวอยู่ และเพิ่มรายละเอียดตรงส่วนฐานให้ดูมีเรื่องราวมากขึ้น ส่วนการทำสีได้แรงบันดาลใจจากผลงาน The Void Dragon ของ Richard Gray ที่ทำสีแบบ SENMM (Sky-Earth Non Metallic Metal) ได้สวยงามมากๆ ส่วนตัวยังไม่เคยลองทำสีแบบนี้มาก่อน ก็เลยอยากลองทำดูกับงานชิ้นนี้ครับ 

ซึ่งต้องบอกตามตรงว่าการลองทำอะไรใหม่ๆที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้นี่มันยากจริงๆ ทำไปปาดน้ำตาไป ไม่รู้คิดผิดหรือคิดถูก ด้วยความที่ใช้โทนสีเหลืองเป็นหลักจึงทำให้เพ้นท์ยากพอสมควร และรายละเอียดของลวดลายประดับบนเกราะก็ทำให้ต้องแยกเพ้นท์ส่วนของเกราะกับลวดลายประดับ ทำให้ใช้เวลาในการทำนานมาก และหลายๆส่วนก็ต้องมั่วดำน้ำเอาเพราะไม่แน่ใจว่าควรจะให้เกราะนั้นสะท้อนแสงแบบไหน เป็นงานที่ทำเสร็จออกมาแล้วไม่แน่ใจจริงๆว่าทั้งสีและการสะท้อนแสงบนเกราะนั้นดูสมจริงเหมือนเกราะทองมากแค่ไหน แต่ส่วนตัวก็ค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์ในภาพรวม อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้และได้ลองทำในสิ่งใหม่ๆที่ต่างไปจากเดิม ไว้มีโอกาสได้ทำ SENMM อีกเมื่อไหร่ จะพยายามปรับปรุงให้ดีมากขึ้นครับ

ภาพที่เห็น ณ ขณะนี้น่าจะเสร็จอยู่ที่ประมาณ 50% ครับ ยังคงเหลืออีกหลายส่วนที่ต้องทำและคงจะใช้เวลาอีกพอสมควรกว่างานชิ้นนี้จะเสร็จสมบูรณ์ ไว้จะนำความคืบหน้ามาให้ชมกันเรื่อยๆครับ











Sunday, January 3, 2021

Happy New Year 2021!

ปี 2020 ที่ผ่านไป เป็นอีกหนึ่งปีที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายทั้งดีและร้าย แม้ปีนี้จะเป็นปีที่ย่ำแย่สำหรับตัวเอง ต้องหยุดงานยาวนานถึง 7 เดือน มีการเปลี่ยนแปลงต่างๆและมีเรื่องราวหลายๆอย่างเกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกว่ามันเลวร้ายมากนัก เพราะทุกคนในครอบครัวและคนสนิทรอบตัวยังคงสบายดี ไม่มีใครเจ็บไข้หรือป่วยร้ายแรง ยังได้กินอิ่ม ได้หลับสนิท มีที่อุ่นๆให้ซุกหัวนอน ก็ถือได้ว่าเรายังโชคดีอยู่มาก อาจจะเป็นเพราะด้วยความที่โตมากขึ้นกับประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมา เลยทำให้มุมมองที่มีต่อสิ่งต่างๆนั้นเปลี่ยนไป เรื่องหนักหนากว่านี้ก็เคยผ่านมาได้ แค่นี้ยังไหว เราจะผ่านมันไปได้เช่นกัน

หากมองในแง่ดี ก็ถือว่าปีนี้ได้มีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ ได้ทำอะไรหลายๆอย่างที่อยากทำมานานแต่ยังไม่มีโอกาส อย่างการไล่ดูหนังดูซีรี่ส์ที่เคยอยากดู ปีนี้ปีเดียวน่าจะดูหนังเป็นร้อยเรื่องกับซีรี่ส์อีกหลายเรื่องเพราะมีเวลาว่างเยอะมาก 

ได้เอาเกมที่เคยซื้อมาดองไว้หรืออยากเล่นมานาน มาเล่นจนจบไปได้หลายเกม ทั้ง Horizon: Zero Down และ Frozen Wilds, Uncharted: The Lost Legacy, Star Wars Jedi: Fallen Order, Final Fantasy VII Remake, Ghost of Tsushima รวมถึง Call of Duty: Modern Warfare กับ Cold War ที่เล่นออนไลน์อีกนับร้อยชั่วโมง ซึ่งถ้าไม่มีเวลาว่างขนาดนี้ ก็คงจะพลาดประสบการณ์ดีๆและความประทับใจจากเกมเหล่านี้ไป โดยเฉพาะ Horizon ที่ถือเป็นเกมสุดประทับใจเกมหนึ่งในชีวิต รู้สึกพลาดมากที่ซื้อไว้เป็นปีแต่ไม่เคยหยิบมาเล่นเลย 

ที่สำคัญคือปีนี้ได้กลับมาทำงานโมเดลของตัวเองอย่างเต็มที่อีกครั้ง หลังจากที่สองสามปีก่อนหน้าใช้เวลาส่วนใหญ่กับงานที่สตูดิโอจนทำให้รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับงานส่วนตัว แต่พอปีนี้มีเวลาว่างมากขึ้น เลยได้ใช้เวลาในการทำงานของตัวเองอย่างเต็มที่ ทำให้กลับมารู้สึกสนุกกับการทำงานของตัวเองมากขึ้นอีกครั้ง แม้จะไม่ได้มีผลงานที่ทำเสร็จมากมาย แต่ก็ได้ลงมือทำงานหลายๆชิ้นที่เคยคิดเอาไว้หรือทำค้างไว้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับงานประกวดใหญ่ในครั้งหน้า 

นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้ทำผลงานเพื่อลงใน Warhammer Community เป็นครั้งแรกด้วย จริงๆก่อนหน้านี้เคยได้รับโอกาสนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ด้วยหน้าที่การงานเลยไม่สามารถหาเวลามาทำให้เสร็จได้และต้องปฏิเสธไป พอมีโอกาสในครั้งนี้จึงตั้งใจทำผลงานอออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ผลงานในรูปแบบสีและสไตล์ในแบบของเราเอง และเสร็จสมบูรณ์ทันเวลาที่กำหนดในมาตราฐานผลงานที่เราพอใจ และด้วยความที่เราเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับโอกาสเหล่านี้จากทาง GW, The Void Dragon จึงเป็นผลงานที่ตัวเองภูมิใจมากที่สุดชิ้นหนึ่งของชีวิตการทำงานโมเดล และรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ผลงานของตัวเองได้รับการยอมรับในระดับเดียวกับเพนท์เตอร์หลายๆท่านที่เราชื่นชอบจากทั่วโลก ถือเป็นเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นภายในปีนี้ และหวังว่าในปีหน้าคงจะมีโอกาสแบบนี้เข้ามาอีกเรื่อยๆ  

ส่วนการทำงานที่สตูดิโอ หลังจากที่หยุดยาวมา 7 เดือน ตอนกลางเดือนตุลาคมก็ได้กลับเข้าไปเริ่มทำงานกันอีกครั้ง กับทิศทางและเป้าหมายใหม่ในการทำงาน รวมถึงได้เพื่อนร่วมงานใหม่ๆอีกหลายท่าน ตอนนี้คงยังบอกไม่ได้ว่าผลลัพธ์ของการเลือกเปลี่ยนเป้าหมายนี้จะลงเอยอย่างไร แต่ทุกๆคนก็ตั้งใจทำงานกันมากและหวังว่ามันจะประสบความสำเร็จ ดูทรงแล้วปีหน้าคงจะกลับมางานยุ่งมากเหมือนเดิมและมีเวลาให้งานส่วนตัวน้อยลง แต่ก็ตั้งใจว่าจะทำงานส่วนตัวให้เสร็จได้มากที่สุด เพื่อเตรียมความพร้อมไว้สำหรับงานประกวดใหญ่ 2 งานในปี 2022 

สุดท้ายแล้ว วิกฤตโควิทในครั้งนี้สอนเราหลายๆอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของความไม่แน่นอนในชีวิต การรับมือ และการปรับตัว เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป อาจจะมีลำบากบ้างทุกข์บ้างสลับกับมีความสุข แต่ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ เข้าใจและยอมรับ คำพูดของคุณวินทร์ยังคอยเตือนใจอยู่เสมอ "ไม่มีความทุกข์ใดที่จะคงอยู่ตลอดกาล เดี๋ยวมันก็ผ่านไป It will pass" นำประสบการณ์ในครั้งนี้มาสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองเตรียมความพร้อมเอาไว้รับมือกับอนาคต เพราะสิ่งที่ไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ

ส่วนตัวคิดว่าสถานการณ์ในปีหน้าก็คงจะดำเนินไปแบบนี้อย่างน้อยอีกครึ่งปี หรือจนกว่าวัคซีนจะมีเพียงพอและได้รับกันทั่วโลก กว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนโควิทคงจะใช้เวลาอีกนาน ตอนนี้ก็ต้องอดทน รับมือ ปรับตัว และเอาชีวิตรอดกันต่อไป 

กว่าจะถึงตอนนั้นก็ขอให้ทุกๆท่านโชคดี สุขภาพแข็งแรงและมีความสุขสมหวังไปตลอดทั้งปีใหม่นี้ ขอบคุณเพื่อนๆน้องๆทุกคนที่ยังคงเหนียวแน่นกันอยู่เสมอ ขอบคุณทุกๆท่านที่ยังคงติดตามผลงานและให้กำลังใจกันมาตลอด หวังว่าปี 2022 คงจะมีโอกาสได้กลับไปเจอกันที่ไทยอีกครั้ง  Stay safe, Stay strong, and Stay positive. Happy New Year 2021

















Saturday, November 28, 2020

Reviews : How to Paint Bellerofonte By Francesco Farabi

วันนี้มีหนังสือมารีวิวให้ชมกันครับ เป็นหนังสือ e-book ของ Bellerofonte Studio ในเครือ Kimera Models ซึ่งชื่อของสตูดิโอนี้มีที่มาจากผลงานชื่อเดียวกันคือ Bellerofonte ที่ได้รับรางวัล Best of Show จาก Crystal Brush เมื่อปี 2019 และถูกนำมาผลิตขายในจำนวนจำกัดในเวลาต่อมา ซึ่งผมได้เคยรีวิวฟิกเกอร์ชุดนี้เอาไว้ก่อนหน้านี้ (Click Here for Reviews : Bellerofonte) โดยในตอนที่ซื้อฟิกเกอร์มาก็จะมีระบุเอาไว้ด้วย ว่าจะได้รับไฟล์หนังสือสอนวิธีการทำสีในภายหลัง แต่เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดที่ผ่านมาจึงทำให้หนังสือเล่มนี้เสร็จล่าช้าไปกว่าเดิมมาก หลังจากที่ผ่านไปเกือบปีจึงพึ่งมีโอกาสได้อ่านและนำมารีวิวให้ชมกันครับ

สำหรับตัวหนังสือนั้นทำออกมาเป็นรูปแบบ e-book ใช้สกุลไฟล์ pdf ขนาด 50.09 mb ในราคา 30€ มีทั้งหมด 112 หน้ากระดาษ โดยเนื้อหาของหนังสือจะอธิบายแนวคิดและวิธีในการลงสี Bellerofonte อย่างละเอียด ตั้งแต่เรื่องของทฤษฎีสี แนวคิดในการสร้างผลงาน การเลือกใช้เทคนิคในการเพ้นท์ วิธีการเพ้นท์ของฟิกเกอร์ทั้งสามตัว Pegasus, Chimera และ Bellerofon รวมไปถึงเรื่องของการเพ้นท์ NMM และ Freehand 

ในภาพรวม หนังสือเล่มนี้จะเน้นอธิบายในเรื่องของแนวคิดในการทำผลงานชิ้นนี้ รวมไปถึงทฤษฎีต่างๆที่นำมาใช้ เพื่อให้ผู้อ่านนั้นได้เข้าใจถึงที่มาที่ไปและเหตุผลในการเลือกใช้เทคนิคหรือการเลือกใช้สีในส่วนต่างๆ ส่วนวิธีในการทำนั้นจะอธิบายเรื่องของเทคนิคที่ใช้แบบละเอียด ทั้งทฤษฎีในการทำและสีที่เลือกใช้ แต่จะเป็นการอธิบายแบบให้อ่านทำความเข้าใจทั้งหมด แล้วค่อยดูภาพชุดขั้นตอนในการทำเพื่อประกอบความเข้าใจอีกทีในตอนท้าย จะไม่ใช่ภาพขั้นตอนแบบที่อธิบายรายละเอียดของแต่ละภาพว่าทำอย่างไร ดังนั้นในการอ่านบทความจึงต้องมีการเลื่อนดูภาพสลับไปมากับการอ่านเนื้อหาเพื่อทำความเข้าใจ ซึ่งอาจจะไม่ถูกใจคนที่ชอบอ่านหนังสือแบบที่มี step-by-step อธิบายขั้นตอนในแต่ละภาพอย่างละเอียด

ส่วนตัวแล้วชอบอ่านหนังสือในแบบที่อธิบายถึงแนวคิดในการทำงานแบบนี้มากกว่า เพราะจะช่วยให้เราเห็นถึงวิธีในการคิดและเหตุผลของศิลปินผู้สร้างงาน เพื่อที่เราจะได้นำไปปรับใช้ในการสร้างผลงานของเราเองได้ครับ ส่วนตัวมองว่าแม้การเรียนรู้วิธีในการเพ้นท์เทคนิคต่างๆนั้นสำคัญ แต่การเรียนรู้ถึงวิธีคิดในการสร้างผลงานนั้นก็สำคัญมากเช่นกัน เพราะจะช่วยให้เราสามารถสร้างผลงานในแบบของตัวเราเอง ที่แตกต่างไปจากภาพหน้ากล่องได้ และหนังสือเล่มนี้ก็อธิบายเรื่องของแนวคิดในการทำงานได้เป็นอย่างดี ดังนั้นถ้าสนใจที่จะเรียนรู้ถึงเรื่องของวิธีคิดในการสร้างผลงาน นี่เป็นหนังสืออีกเล่มที่ดีมากและแนะนำให้ได้ลองอ่านกันครับ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและการสั่งซื้อ สามารถเข้าไปดูได้ตามลิ้งที่ลงไว้ครับ

https://www.pegasoworld.com/product/bellerofonte-tutorial-francesco-farabi-pdf/




Einstein (WIP2)

I borrowed my brother's iPhone 12 Pro Max for taking some shots on my project to see how it looks. This is straight from its camera without any editing, I'm very impressed.

ยืม iPhone 12 Pro Max ของพี่ชายมาลองถ่ายรูปงานดูว่าเป็นอย่างไร นี่เป็นภาพจากกล้องที่ไม่ได้ใช้การแต่งรูปใดๆช่วย ภาพอาจจะดูเบลอเล็กน้อยเพราะไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้อง แต่รายละเอียดในภาพและสีนั้นใกล้เคียงชิ้นงานจริงมาก สงสัยคงจะได้ยืมมาใช้อีกบ่อยๆครับ



Friday, November 20, 2020

Einstein (WIP1)

 Playing with textures, there's still a long way to go. Stay tuned!