Tuesday, February 17, 2015

Night Lords Night Raptor (part 4)

For painting the lightning pattern on the armor, I searched for some references on the internet first in order to learn about the pattern and colors.
I then started to paint with the lightning base color, I used Intense Blue (VMC 70925) mixed with Off White (VMC 70820). I painted these shaky lines as a quick sketch in order to see the composition of the pattern and their direction on the leg. Note, you can see the lightning color is just a bit bright than background color.

สำหรับการเพนท์ลวดลายฟ้าผ่าลงบนเกราะ ผมเริ่มด้วยการหาภาพอ้างอิงของฟ้าผ่าในอินเทอร์เน็ตครับ เพื่อที่จะได้เห็นถึงลักษณะของลวดลายและสีว่าเป็นแบบไหน จากนั้นเริ่มทำสีด้วยการผสมสี Intense Blue (VMC 70925) กับสี Off White (VMC 70820) เพื่อเป็นสีพื้นของสายฟ้าครับ แล้วทาลงบนเกราะโดยเขียนเป็นเส้นร่างให้ดูเป็นเส้นแบบสั่นๆอย่างในภาพ เพื่อที่จะได้เห็นถึงภาพรวมและทิศทางของเส้นที่กำลังทำครับ และจะเห็นว่าสีของเส้นที่ผสมนี้จะสว่างกว่าสีของเกราะไม่มากนักครับ


image courtesy of 1hdwallpapers.com

I mixed more white in the base color then painted it over the center line from previous step, but this time with more precise. Note, I used the background color (the armor color) to clean the excess if I did some mistakes or want to adjust some details.

ผมผสมสีขาวเพิ่มเข้าไปในสีพื้นเพื่อให้สีนั้นสว่างขึ้น แล้วพยายามทาทับลงบนเส้นฟ้าผ่าตรงกลางที่ได้ร่างเอาไว้ในขั้นที่แล้ว โดยคราวนี้จะพยายามทาเน้นให้เส้นนั้นคมชัดมากขึ้นครับ และถ้าหากเขียนเส้นผิดพลาดหรืออยากที่จะแก้ไขตรงส่วนไหน ผมก็จะใช้สีของชุดเกราะมาใช้ในการลบเส้นส่วนเกิน แล้วเขียนเส้นสายฟ้าใหม่อีกรอบ หรือทำซ้ำไปมาจนได้เส้นตามแบบที่ต้องการครับ


I used the base color from the first step and painted on both sides of the center line as a pale lightning background. The pale lightning background will create depth and make the center lightning looks stand out.

จากนั้นผมกลับไปใช้สีพื้นจากขั้นตอนแรก แล้วทาเป็นลายสายฟ้าตรงทั้งสองด้านของเส้นฟ้าผ่าตรงกลาง จะเห็นว่าเส้นที่ทาลงไปใหม่นี้จะมีสีที่เข้มกว่าเส้นตรงกลาง และจะทำให้ดูแล้วเกิดระยะหน้าหลังของเส้นที่ซ้อนทับกัน ทำให้ลวดลายฟ้าผ่านั้นดูเด่นและน่าสนใจมากขึ้นครับ


For the final highlight, I used Off White (VMC 70820) mixed with just a little bit of  Intense Blue (VMC 70925). I then tried to paint it as thin line as possible over the center line. I used the color from previous step to clean the excess and also used it for glazing on both sides of the line. As you can see on the photo, the color from previous step remains on the sides of a thin white line. It will create an illusion of colors and make the white looks glow a bit, same as shown on the reference photo.
Although it requires experiences for painting the small and precise details like this lightning pattern, don't worry if you can't paint it small as shown on this tutorial. Just keep practicing on your brushwork so you will gain more experiences and ability to control your paintbrush. Therefore, try to paint it as thin as you can. It is not because the size of the line that make it looks like lightning, but it is because of the pattern and color.

ต่อไปลงสีของเส้นที่สว่างสุด โดยผสมสีขาว Off White (VMC 70820) กับสี Intense Blue (VMC 70925) เพียงนิดเดียว เพื่อให้ขาวนั้นไม่ขาวจัดจนเกินไป จากนั้นพยายามทาลงบนตรงกลางของเส้นให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ ซึ่งถ้าเราเขียนเส้นสีขาวตรงกลางได้เล็กพอ มันจะเห็นสีจากขั้นตอนที่แล้ว ที่เข้มกว่าเล็กน้อยขนาบอยู่ทั้งสองด้านของเส้นขาวครับ หรืออาจใช้สีจากขั้นตอนก่อนหน้าในการลบส่วนเกินหากเขียนเส้นขาวใหญ่เกินไปและทาซ้ำใหม่อีกรอบ รวมถึงนำมาทาเคลือบแบบเกลซบางๆที่ด้านข้างของเส้นขาวที่ลงไว้เพื่อให้เห็นสีที่เข้มกว่าขนาบอยู่ด้านข้างจางๆครับ ตรงส่วนนี้จะสำคัญหน่อยเพราะสีที่เข้มกว่าที่ขนาบอยู่ทั้งสองด้านของเส้นขาวนี้ จะช่วยทำให้เกิดการลวงตาของสีครับ และจะมองเหมือนเส้นขาวที่อยู่ตรงกลางนั้นดูเรื่องแสงแบบจางๆ เหมือนอย่างที่เห็นแบบในภาพอ้างอิงด้านบนครับ
ถึงแม้ว่าการทาสีที่มีขนาดเล็กมากๆอย่างเช่นลวดลายของฟ้าผ่านี้ จะต้องอาศัยประสบการณ์และความแม่นยำในการควบคุมพู่กันพอสมควร แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปครับหากคุณยังไม่สามารถเพนท์งานที่เล็กๆได้ พยายามหมั่นฝึกฝนการใช้พู่กันอยู่เสมอจะช่วยพัฒนาทักษะและประสบการณ์ในการใช้งานครับ ดังนั้นแล้วแค่พยายามเขียนเส้นให้ได้เล็กที่สุดเท่าที่คุณทำได้ก็พอครับ เพราะจุดสำคัญของลวดลายฟ้าผ่านั้นไม่ได้อยู่ที่ขนาดของเส้น แต่อยู่ที่ลวดลายและสีครับ ที่จะทำให้มันดูเหมือนฟ้าผ่า 


Last step I glazed over the lightning on the shadow area with Royal Purple (VMC 70810), in order to blend it with the shadow and reduce the brightness.

ขั้นสุดท้ายผมทาเคลือบแบบเกลซลงบนสายฟ้าส่วนที่พาดอยู่บนเงาของชุดเกราะครับ ด้วยสี Royal Purple (VMC 70810) เพื่อที่จะทำให้สีในส่วนนี้นั้นลดความสว่างลงและดูกลมกลืนไปกับส่วนของแสงและเงาที่อยู่บนชุดเกราะครับ


Here are some photos of the finished lightning pattern on the leg.

ภาพของลวดลายฟ้าผ่าที่เสร็จแล้วครับ 





The tips for painting the lightning is diluted a paint with water more than usual, so the paint will be flowed better and easy to paint a very thin line. I also controlled the paintbrush with my wrist and shook it a little bit during the painting in order to draw the shaking line.
A fine paintbrush is important for this method as well. Because a good quality of hairs or bristles have ability to hold paint, makes it can be painted a very thin and long line better than usual paintbrush (synthetic bristles). Although the fine paintbrush is expensive especially if it made from Kolinsky sable  (Winsor & Newton Series 7, Raphael 8404), the quality is worth with the price. However, there are several paintbrush brands in the art store or modelling store that's not too expensive like the one I used for painting this method (Creative Models). Their quality might not good as an expensive paintbrush, but I think it's good enough for beginners who want to start more precise details painting on their works, then you can buy an expensive one later when you have more experiences.

ส่วนของเทคนิคเล็กๆน้อยๆในการทาสีลวดลายฟ้าผ่านี้ ที่อยากจะแนะนำคือให้ผสมสีกับน้ำให้มากกว่าปกติเล็กน้อยครับ เพราะว่าสีที่เหลวจะทำให้การไหลของสีนั้นทำได้ดีและช่วยให้ทาเป็นเส้นเล็กๆยาวๆได้ง่ายกว่าสีที่ข้นครับ นอกจากนี้ผมจะใช้การควบคุมพู่กันด้วยข้อมือและใช้การสั่นข้อมือเล็กน้อยเวลาที่ลากเส้น เพื่อที่จะได้ลักษณะของเส้นแบบที่สั่นๆอย่างในภาพครับ 
พู่กันคุณภาพดีๆก็มีความสำคัญสำหรับการทำงานที่ต้องการความละเอียดแบบนี้เช่นกันครับ เพราะว่าพู่กันคุณภาพดีนั้นจะใช้ขนแปรงที่ทำจากขนสัตว์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำได้ดี ทำให้ง่ายต่อการเพนท์เส้นหรือรายละเอียดเล็กๆได้ดีกว่าพู่กันทั่วไปที่ใช้ขนแปรงแบบสังเคราะห์ครับ แม้ว่าพู่กันคุณภาพดีเหล่านี้จะมีราคาที่ค้อนข้างแพง โดยเฉพาะถ้าขนแปรงนั้นทำมาจาก Kolinsky sable ที่มีราคาแพงมาก อย่างเช่นพูกันของ Winsor & Newton Series 7 หรือ Raphael 8404 แต่คุณภาพที่ได้นั้นก็เหมาะสมและคุ้มค่ากับราคาครับ
อย่างไรก็ดี ยังมีพู่กันยี่ห้ออื่นๆอีกที่ใช้ขนแปรงที่ทำจากขนสัตว์เช่นกันแต่มีราคาที่ถูกกว่า ซึ่งมีขายทั้งตามร้านอุปกรณ์เครื่องเขียนหรือแม้แต่พู่กันที่บริษัทโมเดลนั้นผลิตขึ้นมาเอง อย่างที่ผมใช้ในการเพนท์งานชิ้นนี้ครับ (ของยี่ห้อ Creative Models) ถึงแม้ว่าคุณภาพนั้นอาจจะยังไม่ดีเท่าพู่กันราคาแพง แต่ก็เป็นทางเลือกให้สำหรับคนที่ต้องการจะลองเพนท์งานของตัวเองให้ละเอียดมากขึ้นโดยที่ยังไม่ต้องลองลงทุนไปกับพู่กันราคาแพงครับ และถ้ามีประสบการณ์ในการเพนท์งานที่ละเอียดมากขึ้นแล้วค่อยลองหาพู่กันแพงๆมาลองใช้ดูในภายหลังก็ได้ครับ

Monday, February 2, 2015

Night Lords Night Raptor (part 3)

After finished the russian bust project, I switched back to this project that's waiting on my desk for a couple months. I decided to finish shading and highlighting on the armor and jump pack first, before adding the lightning pattern on it.
I painted the armor and jump pack with Intense Blue (VMC 70925) as a base color and mixed it with black and white for shading and highlighting. I also glazed on the shadow with Royal Purple (VMC 70810) in order to create more variety of colors (I found this method from HopeRiver's blog, HERE). This glazed color is coated on the shadow as a thin layer of purple-red and it will be seen when reflected with the light. However, it's quite difficult to capture this color on the shadow with my poor camera.

หลังจากที่เสร็จสิ้นกับการทำรัสเซี่ยนบัส ผมกลับมาเริ่มทำสีงานชิ้นนี้ที่ทำค้างเอาไว้ตั้งแต่สองสามเดือนก่อน โดยเริ่มจากการทำสีไล่แสงเงาในส่วนของชุดเกราะทั้งหมดให้เสร็จเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะเพนท์ลวดลายฟ้าผ่าทับลงบนชุดเกราะอีกทีในขั้นตอนต่อไป
ในส่วนสีของชุดเกราะผมใช้สี Intense Blue (VMC 70925) เป็นสีพื้น และนำมาผสมกับสีขาวและสีดำสำหรับการทาเกลี่ยไล่สีของแสงและเงา จากนั้นใช้สี Royal Purple (VMC 70810) ทาเคลือบแบบเกลซ (glazing) ลงในส่วนของเงา เพื่อให้เกิดความหลากหลายของสีบนชิ้นงานมากขึ้น (ผมเจอวิธีการเกลซสีลงบนเงานี้ในบล็อกของ HopeRiver ครับ ลองเข้าไปดูได้ที่ HERE) สีที่ทาเคลือบไปนี้จะไปเคลือบเป็นชั้นบางๆอยู่บนบริเวณที่เป็นสีของเงา และจะทำให้ส่วนของเงานั้นดูเป็นสีเข้มออกไปทางแดงอมม่วง และจะเห็นได้ชัดเมื่อสะท้อนกับแสง แต่อาจจะมองเห็นสีนี้ในภาพที่ถ่ายมาได้ลำบากหน่อยครับ 





Friday, January 23, 2015

การ wash สี บนพื้นผิวฉากจำลองด้วยสีอะคริลิคสูตรน้ำ

Acrylic Washes on Ground Surface; Urban Scene

เมื่อไม่นานมานี้ผมบังเอิญไปเจอภาพที่เก็บเอาไว้ในฮาร์ดดิสก์ตัวเก่าๆ เป็นภาพขั้นตอนของการทำเวทเธอร์ริ่งฉากจำลองที่ทำเอาไว้เมื่อหลายปีก่อนครับ เคยตั้งใจว่าจะเอาวิธีนี้มาเขียนลงเมื่อนานมาแล้ว แต่หาภาพไม่เจอจนลืมไป จะทำฉากใหม่เพื่อเอามาเขียนบทความก็ไม่มีเวลา สุดท้ายก็เลยผลัดมาเรื่อยๆ โชคดีที่หาภาพเจอเลยได้เอามาเขียนลงให้ชมกัน หวังว่าจะมีประโยชน์นะครับ 

สำหรับในหัวข้อนี้จะอยู่ในส่วนของภาคผนวก ซึ่งเป็นส่วนเสริมต่อเนื่องมาจากบทความ  Diorama Techniques - From Basic to Advanced ที่ได้ลงเอาไว้ครับ เพื่อที่จะช่วยให้เข้าใจถึงวิธีการในการทำสีฉากจำลองได้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการทำให้ฉากจำลองนั้นดูมีสภาพที่บ่งบอกถึงอายุ การผ่านการใช้งานมา หรือมีร่องรอยความสกปรก อย่างที่จะเรียกกันอย่างติดปากว่าการเวทเธอร์ริ่ง weathering ครับ 


ในครั้งแรกของภาคผนวกนี้ ขอเริ่มที่การวอชสีเพื่อจำลองคราบฝุ่นภายในฉากจำลองด้วยสีอะคริลิคครับ ซึ่งตัวอย่างที่นำมาทำให้ชมกันจะเป็นลักษณะของฉากถนนภายในเมืองที่ถูกทำลายจากแรงระเบิด ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ดังนั้นจึงมีคราบฝุ่นสกปรกต่างๆกระจายอยู่ทั่วทั้งฉากครับ
ผมใช้งานชิ้นนี้เป็นตัวอย่างเพราะว่าจะได้เห็นถึงวิธีการในการทำงานได้อย่างชัดเจนครับ ซึ่งวิธีการในการวอชด้วยสีอะคริลิคนั้นสามารถนำไปปรับใช้ได้หลากหลายรูปแบบ ด้วยการเปลี่ยนสีที่ใช้ในการวอชแต่วิธีการในการวอชนั้นเหมือนเดิม ทั้งการวอชสีของพื้นดิน พื้นโคลน คราบฝุ่นบนดิน คราบสกปรกตามอาคาร ฯลฯ อยู่ที่เราจะนำไปทดลองทำดูครับ

1. ขั้นแรกเริ่มจากเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการวอชก่อน สีที่ผมใช้จะเป็นสีอะคริลิคแบบหลอดที่ใช้ในการเพนท์รูปทั่วไปครับ สีชนิดนี้ใช้การทำละลายด้วยน้ำ ราคาน่าจะอยู่ตั้งแต่ประมาณไม่เกิน 100 ไปจนถึง 400 บาท ต่อหลอดครับ ซึ่งเหมาะสำหรับนำมาใช้ในการวอชพื้นที่ใหญ่ๆแบบฉากจำลอง มากกว่าการใช้สีสำหรับโมเดลโดยเฉพาะที่จะมีราคาแพงกว่ามากครับ 
ผมเองซื้อสีอะคริลิคแบบนี้เก็บไว้ 7-8 สี ส่วนใหญ่จะเป็นโทนน้ำตาล เอาไว้ใช้ในการเวทเธอร์ริ่งแบบต่างๆครับ แต่ในส่วนของการทำคราบฝุ่นนี่ผมใช้เพียงแค่สามสีคือ สีเหลือง (Yellow Ochre) สีน้ำตาลเข้ม (Burnt Umber) และสีขาว (Titanium White)ครับ โดยผสมสีให้ออกโทนสีแบบในภาพคือเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ หรือจำง่ายๆแบบที่รุ่นพี่ของผมชอบเรียกว่าเป็นสีแบบกาแฟใส่นมครับ 
สีอะคริลิคสูตรน้ำนั้นจะยึดติดบนพื้นผิวที่มีความด้านหรือสากได้ดีกว่าผิวมันครับ ดังนั้นก่อนที่จะวอชด้วยสีสูตรน้ำ อย่าลืมที่จะพ่นปรับพื้นผิวด้วยเคลียร์ด้านก่อนครับ


2. ในการผสมสีนั้นผมจะผสมเผื่อเอาไว้พอสมควร และผสมให้สีนั้นไม่ข้นหรือไม่เหลวจนเกินไป เพื่อให้สะดวกในการวอชครับ ซึ่งตรงนี้คงจะต้องทดลองดูด้วยตัวเองครับว่าอัตราส่วนระหว่างสีกับน้ำแค่ไหนถึงจะพอดีสำหรับการวอชของเรา อย่างสีที่ผมผสมไว้ในภาพ จะเห็นว่าสีนั้นข้นพอที่เมื่ออยู่ในถ้วยแล้วไม่ใสจนมองเห็นด้านล่างครับ แต่เมื่อนำไปทาลงบนฉากจำลองแล้วก็ไม่ข้นเกินไปจนกลบสีเดิมของฉาก แต่จะไปขังอยู่ตามซอกร่องอย่างที่เห็นในภาพครับ


3. วิธีในการวอชนั้น ทำโดยใช้พู่กันเบอร์ใหญ่ๆจุ่มสีแล้วทาเลยครับ โดยพยายามทาไปในทางเดียวกัน สีอะคริลิคนั้นจะใช้เวลาซักพักกว่าจะแห้ง เพราะฉะนั้นจะมีเวลาพอสมควรในการใช้พู่กันเกลี่ยสีไปในทิศทางที่เราต้องการครับ ซึ่งสีวอชที่เราทาเอาไว้นั้นมันจะเคลือบสีของฉากจำลองเอาไว้หนาหรือบางตามแต่การทาของเราครับ และจะเห็นได้ชัดเมื่อสีนั้นแห้งแล้ว
ในตัวอย่างที่ผมทำให้ดูนั้นจะเป็นพื้นถนนที่ทำจากหินเรียงกัน ดังนั้นเวลาทาในแต่ละส่วนผมก็จะใช้ปลายพู่กันเกลี่ยให้สีนั้นไปขังอยู่ตามร่องหินครับ จะเห็นว่าสีวอชในส่วนอื่นๆนั้นจะเพียงแค่เคลือบเอาไว้บางๆ ส่วนสีตามร่องนั้นจะเข้มและเห็นได้ชัดครับ และเมื่อสีแห้งแล้วสีตามร่องอาจจะจางลงหน่อยแต่ก็จะยังเห็นชัดอยู่ดีครับ เป็นเหมือนกับคราบฝุ่นที่ติดอยู่ตามร่องหิน ส่วนสีในส่วนอื่นๆก็จะดูเหมือนคราบฝุ่นจางๆที่เคลือบถนนหินเอาไว้ แต่ไม่กลบสีเดิมของพื้นถนนครับ


4. ในภาพจะเห็นว่าผมมีถ้วยใส่น้ำเปล่าเตรียมไว้ เพื่อที่เวลาวอชสีแล้ว สีส่วนไหนที่ทาลงไปแล้วดูเข้มหรือข้นเกินไปจนไปกลบสีเดิมของพื้นฉาก ผมจะจุ่มพู่กันกับน้ำ และมาทาเกลี่ยให้สีบริเวณนั้นจางลงครับ ส่วนสีวอชที่ไปเกาะอยู่ตามเศษอิฐเศษหิน หากดูเยอะเกินไปผมจะใช้วิธีเอาพู่กันไปซับกระดาษให้แห้งแล้วเอาพู่กันมาแตะให้ขนพู่กันนั้นซับสีในส่วนที่ไม่ต้องการออกมาครับ เพราะว่าสีอะคริลิคนั้นเมื่อแห้งแล้วจะไม่สามารถละลายได้ใหม่ ดังนั้นเวลาวอชผมจะค่อยๆวอชบางๆไปทีละส่วนเพื่อกันความผิดพลาดครับ และเมื่อสีแห้งแล้วส่วนไหนยังดูมีคราบฝุ่นที่จางหรือน้อยเกินไป ค่อยเอาสีมาวอชอีกรอบและทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจครับ 


5. เมื่อวอชสีทับทั้งพื้นถนนและส่วนของซากปรักหักพังเรียบร้อยแล้วครับ ผมทำการวอชสีซ้ำไปมาสองสามรอบจนพอใจ ในภาพตรงบริเวณด้านบนถนนที่ติดกับตัวอาคาร จะเห็นสีวอชนั้นติดอยู่ตามซอกร่องของเศษซากปรักหักพัง ซึ่งเมื่อแห้งแล้วสีตรงส่วนนี้จะดูซีดลงกว่านี้และจะดูเหมือนกับกองฝุ่นที่อยู่ใต้กองเศษอิฐเศษหินครับ
สำหรับตัวอย่างที่นำมาลงนี้ผมใช้เพียงสีเดียวในการวอช แต่หากอยากจะให้มีความหลากหลายของสีมากกว่านี้ก็ได้ครับ อาจจะเพิ่มสีโทนเข้มเข้าไปอีกสีหรือหรือสีที่อ่อนขึ้นอีกสี ตามที่เราต้องการ และใช้วิธีการวอชแบบเดียวกันจนเราพอใจครับ


6. ภาพผลงานเมื่อทำสีเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ส่วนที่พื้นถนนนั้นใช้การวอชด้วยสีอะคริลิคเพียงอย่างเดียวครับ เมื่อพ่นด้วยเคลือบด้านแล้วจะดูเหมือนคราบฝุ่นมากขึ้น ส่วนบริเวณที่เป็นกองอิฐจะมีการเวทเธอร์ริ่งเพิ่มด้วยสีพิกเมนท์ ซึ่งจะนำวิธีการมาเขียนลงอีกทีครับ




7. ตัวอย่างอื่นๆของฉากจำลองรูปแบบเมืองที่โดนทำลายที่ใช้วิธีการวอชพื้นฉากแบบเดียวกันครับ




8. ฉากนี้ทำเป็นพื้นถนนคอนกรีตหรือลาดยางมะตอยแบบในปัจจุบันครับ ผมใช้การพ่นสีคราบฝุ่นบางๆบนถนนบางส่วนด้วยแอร์บรัช แล้ววอชด้วยสีอะคริลิคอีกรอบด้วยสีโทนใกล้เคียงกัน และตกแต่งด้วยสีพิกเมนท์ในบางจุด




Tuesday, January 20, 2015

ประกวดเพื่อรางวัลหรือประกวดเพื่อพัฒนาตน?

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมติดตามข่าวคราวงานประกวดต่างๆในต่างประเทศอยู่ตลอด และมีโอกาสได้เข้าร่วมกับงานประกวดแบบออนไลน์อยู่หลายครั้ง สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันในกติกาของทุกๆงานประกวดแบบออนไลน์คือ หากไม่มีการแบ่งระดับผู้เข้าประกวดที่ชัดเจนแล้ว จะไม่มีการจำกัดสิทธิ์ผู้ที่อยากร่วมส่งผลงานเข้าประกวด ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าร่วมได้ (ยกเว้นเฉพาะแค่ทีมงานผู้จัด) นั่นหมายความว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่พึ่งหัดทำ มือกลางทำมาพอสมควร หรือเก่งในระดับโลก(ในวงการนั้นๆ)ก็สามารถเข้าร่วมได้หมด ภายใต้กฎกติกาแบบเดียวกัน ระยะเวลาทำงานเท่ากันและต้องเป็นผลงานใหม่ที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน
แม้ทุกๆคนที่ตัดสินใจเข้าร่วมประกวดนั้นจะรู้ดีว่าฝีมือของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน และอาจจะมีคนที่มีฝีมือมากๆหรือมีชื่อเสียงในระดับโลกมาร่วมด้วย แต่ทุกๆคนก็ยังคงร่วมส่งประกวดและตั้งใจทำผลงานของตัวเองให้ดีที่สุด ถึงแม้สุดท้ายแล้วคนที่ได้รางวัลจะเป็นเหล่าบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการ แต่ทุกๆคนที่เข้าร่วมก็ยอมรับในการตัดสินนั้นๆ เพราะว่าคนเหล่านั้นได้รางวัลไม่ใช่เพราะชื่อเสียงของเค้า แต่เป็นเพราะฝีมือในการทำงานของเค้าต่างหากที่ทำให้เค้าได้รับรางวัลและมีชื่อเสียง
ทำไมในต่างประเทศถึงไม่มีใครคิดว่าผู้ที่มีชื่อเสียงเหล่านี้ควรจะเลิกประกวดได้แล้ว เพราะว่าเก่งพอแล้ว ควรจะเปิดโอกาสให้คนอื่นๆบ้าง? หรือในคำถามแบบเดียวกัน ทำไมไทเกอร์ วู๊ด หรือ โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ ถึงครองอันดับหนึ่งของโลกอยู่หลายปีโดยที่ไม่มีใครบอกให้เค้าวางมือเลิกลงแข่งเพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นๆ? 

ผมมองว่าการประกวดและแข่งขัน นอกจากจัดขึ้นเพื่อเป็นการคัดเลือกผลงานที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับรางวัลแล้ว มันยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เกิดการพัฒนาของบุคคลที่เข้าร่วมในการแข่งขัน เพราะแต่ละคนจะต้องพยายามฝึกฝนและพัฒนาฝีมือ เพื่อจะได้ทำผลงานให้ดีที่สุดมาเข้าร่วมในการประกวด
นี่คงจะเป็นเหตุผลว่าทำไมในต่างประเทศถึงไม่มีคนคัดค้านไม่ให้คนที่เก่งกว่าเข้าร่วมประกวด เพราะทุกคนเข้าใจว่าจะต้องพัฒนาผลงานของตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับรางวัลที่จะได้รับ ไม่ใช่ให้การแข่งขันนั้นลดมาตราฐานของผลงานที่ดีที่สุดลง (โดยตัดสิทธิ์คนที่เก่งออก) เพื่อให้ทุกคนสามารถมีสิทธิ์ที่จะได้รางวัล 

การประกวดที่มีการให้รางวัลเพียงแค่ไม่กี่รางวัล แน่นอนว่าจะต้องมีผู้ที่ต้องผิดหวังมากกว่าผู้ที่สมหวัง ดังนั้นหากผู้ที่เข้าร่วมไม่มองว่าการประกวดนั้นมีความสำคัญเฉพาะเรื่องของการได้รับรางวัลแล้ว มันยังมีสิ่งอื่นๆอีกที่คุณสามารถได้รับจากการประกวด ทั้งการที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่และมีผลงานที่ทำเสร็จในหัวข้อและเวลาที่กำหนด การได้เห็นและเปรียบเทียบความแตกต่างของผลงานตัวเองกับผลงานที่ได้รางวัลและผลงานอื่นๆ ที่มีเงื่อนไขในการทำงานแบบเดียวกันแต่ผลลัพท์ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน และอาจจะได้รับคำวิจารณ์จากกรรมการหรือพูดคุยกับผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยให้คุณนำมาใช้ในการพัฒนาผลงานของตัวเองให้ดีขึ้น จนสามารถแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งรางวัลที่เหมาะสมกับความพยายามของคุณ

ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเนื่องจากได้ยินอยู่บ่อยครั้งจากหลายๆท่าน เกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อผู้เข้าร่วมงานประกวดว่า หากคุณเก่งแล้วเคยได้รางวัลมาแล้ว ก็ควรที่จะวางมือเลิกส่งงานเข้าประกวด เพื่อให้คนอื่นๆได้มีโอกาสในการรับรางวัลบ้าง 
ผมเองไม่เห็นด้วยกับแนวคิดแบบนี้เพราะมันดูเหมือนเป็นการสนับสนุนให้คนที่เข้าร่วมประกวดนั้นไม่จำเป็นต้องพัฒนาฝีมือตัวเองมากมายก็มีสิทธิ์ที่จะได้รางวัล เพราะไม่มีคนที่เก่งกว่าให้ต้องแข่งขันด้วยแล้ว ซึ่งมันขัดกับจุดมุ่งหมายของการประกวดในแบบที่ผมเข้าใจ ที่ทุกคนควรจะพัฒนาตัวเองให้เต็มที่ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับรางวัลนั้นๆ และการปลูกฝังให้คนหันมาสนใจและมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเองนี้ มันน่าจะทำให้เกิดคนที่พัฒนาจนมีฝีมือสูงขึ้นได้มากกว่า เหมือนอย่างที่ในวงการคนเล่นโมเดลกันดั้มทุกวันนี้ มีคนเก่งๆมากมายที่แข่งขันและพัฒนาฝีมือกันมาตลอดช่วงสิบปีที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ คำว่าการแข่งขัน ไม่ได้หมายความว่าคนที่แข่งขันกันจะต้องเป็นศัตรูกันเสมอไป แม้จะมีเป้าหมายแบบเดียวกันก็สามารถช่วยกันแบ่งปันความรู้เพื่อพัฒนาฝีมือให้ถึงเป้าหมายนั้นได้ ดังนั้นหากผู้เข้าร่วมแข่งขันต่างมีไมตรีจิตช่วยเหลือแบ่งปันความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ก็น่าจะช่วยให้เกิดการพัฒนาฝีมือได้ดีกว่าการที่ต่างคนต่างทำและเรียนรู้ด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว (ซึ่งการช่วยกันนี้เป็นสิ่งที่เห็นได้ตลอดในการประกวดต่างๆในไทย) 
ตัวผมเองไม่เคยมีความคิดว่าการแบ่งปันความรู้ที่ตัวเองมีให้แก่คนอื่น จะเป็นการลดโอกาสในการได้รางวัลของตัวเอง เพราะผมไม่ได้แข่งขันเพื่อต้องการเพียงแค่รางวัล แต่เป็นการแข่งขันเพื่อพัฒนาตัวเอง ดังนั้นการที่แบ่งปันความรู้ไปนั้นจะช่วยให้คนอื่นพัฒนาขึ้นมาแข่งขันกับผมได้ จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากกว่า 
ผมเชื่อมาตลอดว่าการแบ่งปันความรู้ที่มีให้แก่ผู้อื่น เปรียบเสมือนรากฐานสำคัญที่ทำให้วงการโมเดลทั่วโลกเติบโตและพัฒนามาจนถึงทุกวันนี้ เราทุกคนเริ่มต้นการพัฒนาตัวเองด้วยการเรียนรู้จากผู้อื่น ทั้งจากหนังสือ แมกกาซีน เว็บไซต์ บล็อก ฟอรั่ม เฟซบุ๊ค จากผู้คนทั่วโลกที่ทำขึ้นด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ช่วยให้คนอื่นๆได้พัฒนาผลงานให้ดีขึ้น ดังนั้นเมื่อผมมีความรู้มากพอที่จะแบ่งปันได้ การตอบแทนให้กับความรู้ที่ได้มาจากผู้อื่นที่ดีที่สุด จึงเป็นการตอบแทนด้วยการแบ่งปันความรู้ให้แก่ผู้อื่นต่อเนื่องไป และหวังว่าคนที่ได้รับความรู้ไปจากผม จะนำความรู้ที่ได้นั้นไปแบ่งปันให้แก่ผู้อื่นต่อเนื่องไปเช่นกัน

สุดท้ายนี้ ที่ผ่านมาผมไม่เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะตัวเองยังคงเข้าร่วมในการประกวด และอาจทำให้เข้าใจว่าที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่กล่าวมาข้างต้น เพราะจะทำให้ตัวเองเสียประโยชน์ที่จะได้จากการประกวด แต่ช่วง 2-3 ปีที่ไม่ได้เข้าร่วมกับการประกวดใดๆภายในประเทศเลย คงจะพอแสดงให้เห็นว่าการแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวผมเอง แต่เป็นการแสดงมุมมองที่มีต่อการประกวดของตัวเองให้กับคนอื่นได้รับทราบ 
ผมคงจะไม่สามารถบอกได้ว่าความคิดแบบไหนนั้นถูกต้องหรือดีกว่า เพราะนี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผมเพียงคนเดียว ทุกๆคนมีสิทธิ์ที่จะคิดและพิจารณาด้วยตัวเองว่าสิ่งใดนั้นเหมาะสม ผมเพียงหวังว่าหากมีน้องๆรุ่นใหม่ๆที่กำลังพัฒนาฝีมือของตัวเองอยู่ หรือที่มีฝีมืออยู่แล้วได้เข้ามาอ่าน จะได้ลองพิจารณาถึงจุดมุ่งหมายของการส่งผลงานเข้าประกวดแบบที่ผมเขียนเอาไว้ และพิจารณาว่าเพราะอะไรตัวเองจึงส่งผลงานเข้าประกวด และหากคุณเป็นคนที่มีฝีมืออยู่แล้ว เมื่อวันนึงมีคนมาบอกกับคุณว่าคุณเก่งพอแล้ว คุณจะยังคงส่งผลงานเข้าร่วมประกวดต่อไปหรือวางมือและเปิดโอกาสให้คนอื่นๆ ลองพิจารณาดูด้วยตัวคุณเองครับ

Monday, January 19, 2015

ข่าวประชาสัมพันธ์

วันนี้มีบล็อกๆหนึ่งมาแนะนำให้รู้จักกันครับ เป็นบล็อกที่ดำเนินการโดยพี่บิ๊ก หรือ นามปากกา หมึกข้างขวด อดีตนักเขียนในนิตยสารเกี่ยวกับโมเดลของไทยหลายๆเล่ม ที่น้องๆรุ่นใหม่อาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน เพราะหนังสือโมเดลในไทยนั้นห่างหายไปหลายปีแล้ว :)

MODEL WORKSHOP เป็นบล็อกที่จัดทำขึ้นตั้งแต่ปี 2007 เพื่อเผยแพร่วิธีการทำงานโมเดลตั้งแต่เบื้องต้นไปจนขั้นสูง เพื่อให้บุคคลทั่วไปที่สนใจได้ศึกษา แม้ว่าช่วงสามปีที่ผ่านมาจะไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆเลย เนื่องจากภาระหน้าที่การงานของผู้ดำเนินการ แต่ตอนนี้เมื่อเริ่มมีเวลาว่างมากขึ้น ก็ได้กลับมาเริ่มงานเขียนเพื่อเผยแพร่เทคนิคการทำงานลงในบล็อกอีกครั้งครับ (และหวังว่าคราวนี้จะมีบทความให้ได้อ่านกันอย่างต่อเนื่องนะครับ :)

บล็อกนี้อาจจะไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก เพราะไม่เคยได้แจ้งข่าวหรือเผยแพร่ให้คนอื่นได้ทราบเท่าไหร่ ตัวผมเองก็แทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีบล็อกนี้อยู่หากพี่บิ๊กไม่แจ้งข่าวมา ซึ่งเนื้อหาภายในบล็อกนั้นมีหลายๆบทความที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่สนใจในการทำโมเดลอยู่ จึงมาประชาสัมพันธ์ให้ได้ทราบกันครับ หากสนใจก็ลองเข้าไปเยี่ยมชมและศึกษาเทคนิคการทำโมเดลได้ตามลิ๊งค์ด้านล่างครับ

http://modelworkshop.blogspot.com/

ภาพตัวอย่าง